ปี 2568 BKIH โดดเด่น ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 17.50 บาท จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและทำลายสถิติของกรุงเทพประกันภัย พร้อมประกาศทิศทางปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยฯ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4%

ปี 2568 BKIH โดดเด่น ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 17.50 บาท จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและทำลายสถิติของกรุงเทพประกันภัย พร้อมประกาศทิศทางปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยฯ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4%

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4 ของกำไรสุทธิต่อหุ้น ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท และแม้ต้องเผชิญกับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย กรุงเทพประกันภัยยังสามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard & Poor’s (S&P) สำหรับแนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569 สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5 ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโตร้อยละ 2.3 ในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึงประมาณร้อยละ 2.0 จากช่วงก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 1.7 (ข้อมูลจาก สศช.) เนื่องจากรัฐบาลชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หลังการเลือกตั้งทั่วไป และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง ทำให้นโยบายเศรษฐกิจและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุน รวมถึงส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับที่จะเกิดจากโครงการภาครัฐด้วย นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยทรัพย์สินมากขึ้น ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อของประกันภัยทรัพย์สิน แม้โดยรวมทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลง แต่ด้วยความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในประเทศไทยยังไม่ได้ลดลงไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลกโดยรวม ซึ่งจะส่งผลบวกต่อธุรกิจประกันภัยในด้านเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ โดยเฉพาะจากการประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ประกันภัยสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) เช่นเดียวกับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย และมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านค่อนข้างน้อย เนื่องจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ในโซนเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง ซึ่งไม่มีเส้นทางการบินผ่านตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้ ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์ ขณะเดียวกันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0 ของรัฐบาล ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมที่อาจเติบโตชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมา ด้านเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง และเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่น่าจะได้รับผลกระทบจากมูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง หลังจากการเร่งส่งออกในปีที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ผนวกกับภาวะสงครามที่อาจทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น และภาวะสงครามมีแนวโน้มทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าในส่วนที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยสงคราม (War Risk) จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ผู้รับประกันภัยต่อในตลาดประกันภัยเครื่องบิน มีโอกาสปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มสำหรับความเสียหายต่อตัวเครื่องบินหรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานเครื่องบินถูกจับยึดโดยรัฐบาลคู่สงคราม หรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจประกาศใช้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน เนื่องจากรอการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 อาจต้องหยุดชะงัก และเบี้ยประกันภัยโครงการภาครัฐต้องเลื่อนออกไปในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากนั้นจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ Year of Fast and Flexible Mindset ปีแห่งการตอบสนองความต้องการของลูกค้า คู่ค้า และกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น จากที่บริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความโดดเด่นผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% โดยบริษัทฯ มีความพร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว และยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากแนวทางการดำเนินงานแบบเดิม และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ทั้งในด้านการรับประกันภัย การขาย และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุม พร้อมกำหนดระดับราคาที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับความรวดเร็วในการให้บริการผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นในการดำเนินงานยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของวินัยในการรับประกันภัยและความสมเหตุสมผลทางธุรกิจ เพื่อรักษาระดับผลกำไรจากการรับประกันภัยให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที โดยบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักธรรมและจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้รับผลลัพธ์เชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน ต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบความคุ้มครองที่สอดรับกับพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผ่านกลยุทธ์ Lifestyle Insurance ที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลากหลายมิติ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่แตกต่างกันของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิต การเดินทาง หรือกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม •    ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3+ Super Special จากกระแสตอบรับที่ดีของแผนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ Super Special เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากการชนกับยานพาหนะทางบก พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์จากภัยน้ำท่วม รวมถึงความคุ้มครองกรณีโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถยนต์ และความเสียหายสิ้นเชิงของรถยนต์จากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำหรือรถตกข้างทาง โดยมีทุนประกันภัยให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า และให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 6,180 บาท  •    ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการประกันภัยการเดินทางขยายตัวตามไปด้วย ขณะเดียวกันผู้เดินทางยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรคติดต่อ และภัยพิบัติที่อาจส่งผลให้การเดินทางล่าช้า โดยในปี 2568 ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตสูงถึง 42% พร้อมกันนั้น กรุงเทพประกันภัยได้ให้ความสำคัญกับเทรนด์ Pet Humanization เพื่อดูแลและสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว โดยในปี 2569 บริษัทฯ จึงได้พัฒนาประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่เพิ่มความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากสัตว์เลี้ยง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการศพหรือการส่งศพสัตว์เลี้ยงกลับประเทศไทย นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยฝากสุนัขหรือแมวไว้กับโรงแรมสัตว์เลี้ยงหรือศูนย์รับฝากเลี้ยงในประเทศไทย และเกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า ยังได้รับเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการฝากดูแลสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติมอีกด้วย รวมไปถึงการเพิ่มความคุ้มครองใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ ค่าที่พักเพิ่มเติมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ เงินชดเชยกรณีพลาดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วยเหตุจำเป็น เช่น คอนเสิร์ต พิพิธภัณฑ์ ตลอดจนความคุ้มครองกรณีอุปกรณ์กอล์ฟสูญหายหรือเสียหาย •    ประกันภัยโรคร้ายแรง จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองหรืออุดตัน โรคไตวายเรื้อรัง โรคสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส โรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น ขณะที่การรักษาโรคเหล่านี้มักมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงพัฒนาแผนประกันภัยโรคร้ายแรง เพื่อช่วยรองรับความเสี่ยง คลายความกังวล และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของลูกค้า โดยให้ความคุ้มครองครอบคลุม 11 โรคร้ายแรง รวมถึงโรคเบาหวาน ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้ -    แผนประกันภัยโรคร้ายแรงคุ้มครองทุกระยะ รับเงินชดเชยเต็มทุนประกันภัย 100% -    ทุนประกันภัยมีให้เลือกตั้งแต่ 300,000 - 1,000,000 บาท -    เพิ่มทุนประกันภัยปีละ 100,000 บาท สูงสุด 2 ปี เมื่อต่ออายุกรมธรรม์ -    คุ้มครองโรคร้ายแรงแบบเจอจ่ายจบ พร้อมรับเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน วันละ 1,000 บาท -    รับเพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล (อบ.1) และผลประโยชน์การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ -    สมัครง่าย เพียงตอบคำถามสุขภาพ  -    รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1-60 ปี และสามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้ถึง 70 ปี •    ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศไทย จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ประกอบกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่เน้นความรวดเร็ว บริษัทฯ จึงเพิ่มช่องทางการซื้อประกันภัยนักดำน้ำผ่านระบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม ไม่เพียงแต่กรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการดำน้ำเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความคุ้มครองถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำ เช่น โรคจากการลดความดันอากาศ และอาการปอดโป่งพอง ตลอดจนความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยจากการเดินทาง อาทิ โรคทางเดินอาหาร ไข้เลือดออก ฮีตสโตรก และโรคลมแดด นอกจากนี้ ยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายเพื่อรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ความเสียหายหรือการสูญหายของอุปกรณ์ดำน้ำเช่า รวมถึงกรณีโปรแกรมท่องเที่ยวดำน้ำถูกยกเลิกหรือปรับลดจำนวนวัน ทั้งนี้ มีแผนความคุ้มครองให้เลือก 3 แผน รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 10 - 70 ปี โดยมีเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 150 บาท ประกันภัยเพื่อสังคม  กรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเข้าถึงระบบประกันภัยของประชาชนในวงกว้าง โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าใจง่าย เงื่อนไขไม่ซับซ้อน พร้อมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายที่สะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้น ควบคู่กับการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของประชาชนในราคาย่อมเยา เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยได้อย่างทั่วถึง •    ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย 599  ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยเบื้องต้นในรูปแบบไมโครอินชัวรันส์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ในราคาประหยัด โดยมีเบี้ยประกันภัยเพียง 599 บาท ครอบคลุมความเสียหายทั้งไฟไหม้ ฟ้าผ่า และระเบิด สำหรับสิ่งปลูกสร้างประเภทอาคารคอนกรีต (มีผนังก่ออิฐถือปูนมากกว่า 80% ของพื้นที่ผนังทั้งหมด) ทุนประกันภัย 250,000 บาท และสำหรับอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ (มีผนังก่ออิฐถือปูน 50-80% ของพื้นที่ผนังทั้งหมด) ทุนประกันภัย 125,000 บาท ไม่เพียงเท่านี้ กรมธรรม์ดังกล่าวยังให้ความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว คลื่นใต้น้ำ สึนามิ และลูกเห็บ ฯลฯ รวมถึงความคุ้มครองการโจรกรรม 10,000 บาท และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงของผู้เอาประกันภัยจากอุบัติเหตุภายในสถานที่เอาประกันภัยอีก 100,000 บาท โดยสามารถซื้อประกันภัยได้ทางเว็บไซต์ และช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของบริษัทฯ ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ หากต้องการความคุ้มครองและวงเงินทุนประกันภัยที่สูงขึ้น สามารถเลือกประกันอัคคีภัยแผนรักษ์บ้าน ซึ่งมีตัวเลือกทั้งแบบมีความคุ้มครองภัยน้ำท่วม และไม่มีความคุ้มครองภัยน้ำท่วม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคล •    ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ที่ดูแลคนพิการ หรือคนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง  ประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและความกังวลใจของผู้ที่ดูแลคนพิการหรือผู้ป่วยติดเตียง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจากอุบัติเหตุ โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนให้ความคุ้มครองเงินช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวในกรณีที่ผู้ดูแลหรือคนพิการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และพิเศษด้วยการเพิ่มความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหรือค่าปรึกษาด้านสุขภาพจิต ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของผู้ดูแลที่มักเผชิญกับความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสม โดยถือเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเปราะบางในสังคม •    ประกันภัยค่าชดเชยสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ประกันภัยที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไรเดอร์ (Rider) หรือผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างโดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นไปที่การช่วยดูแลผลกระทบด้านรายได้ สำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอนและเข้าถึงประกันภัยได้ยาก พร้อมเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทาง ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 190 บาท โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้  -    เงินชดเชยรายวัน กรณีเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ และทำให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารบาดเจ็บ จนต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล (ชดเชยต่ออุบัติเหตุไม่เกิน 2 คน สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง) วันละ 1,000 บาท -    เงินชดเชยปลอบขวัญ เนื่องจากรถจักรยานยนต์ชนกับยานพาหนะทางบก และเป็นฝ่ายถูก (ชดเชยไม่เกิน 3 ครั้ง/ปีกรมธรรม์) ครั้งละ 1,000 บาท ยกระดับการบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น กรุงเทพประกันภัยจึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการให้บริการและกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาสนับสนุนการทำงาน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความรวดเร็ว และพัฒนานวัตกรรมบริการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยนำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาสนับสนุนการให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Experience) เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว ตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า โดยในปี 2569 บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการต่างๆ ดังนี้ •    LINE OA Upgrade for Motor Claims ยกระดับการให้บริการลูกค้าด้วยระบบแจ้งเคลมรถยนต์แบบครบวงจรผ่าน LINE @bangkokinsurance เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และเสริมความอุ่นใจให้แก่ลูกค้า โดยสามารถรับทราบข้อมูลสำคัญต่างๆ จากการเคลมประกันภัยรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การแจ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุที่จะเดินทางเข้าไปดูแล การส่งเอกสารใบแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ การแจ้งสถานะการประเมินความเสียหายของรถยนต์ ตลอดจนการติดตามสถานะการเคลมแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งแจ้งระยะเวลาการซ่อมและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนา LINE OA for Partners เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการทำงานของตัวแทนและนายหน้า ให้มีความคล่องตัวและบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ •    AI Claims บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการเคลมสินไหมทดแทน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า และสนับสนุนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั่วไปให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยระบบจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการพิจารณาเคลมให้มีความคล่องตัวและแม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับกรณีที่มีความซับซ้อน ระบบจะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเพิ่มเติม โดยเทคโนโลยี AI ยังช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการเคลมในสถานการณ์ที่มีการแจ้งเคลมจำนวนมากพร้อมกัน เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเคลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างทันท่วงที พร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด •    AI Voice Analytics เทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์บทสนทนาระหว่างลูกค้าและเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการและประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเชิงรุกที่ช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการ โดยระบบ AI Voice Analytics สามารถประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนา เพื่อนำมาประเมินคุณภาพการให้บริการ การสื่อสาร รวมถึงระดับความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลลูกค้าผ่านระบบ CRM เพื่อสนับสนุนการให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยในการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการและสนับสนุนการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด  •    ยกระดับเว็บไซต์ bangkokinsurance.com สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มอบประสบการณ์แบบ Personalized Experience เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่ จากเดิมที่เว็บไซต์ให้บริการอย่างครบครัน  ทั้งการซื้อประกันภัย การแจ้งเคลมรถยนต์ การต่ออายุกรมธรรม์ การขอเอกสารลดหย่อนภาษี รวมถึงการค้นหาอู่และโรงพยาบาลในสัญญา โดยเว็บไซต์โฉมใหม่นี้จะเพิ่มเติมการนำเสนอคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้โดยอัตโนมัติ พร้อมแนะนำแผนประกันภัย โปรโมชัน ตลอดจนบทความและสื่อประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ตรงใจยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ลูกค้าไม่พลาดบริการสำคัญ เช่น การแจ้งเตือนต่ออายุกรมธรรม์ และการติดตามสถานะการเคลม พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลกับแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance และ LINE @bangkokinsurance เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง มุ่งรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันวินาศภัยที่ใส่ใจด้านความยั่งยืน กรุงเทพประกันภัยยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และโครงการใหม่ๆ ด้านความยั่งยืน ดังนี้ •    การรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ บริษัทฯ เตรียมดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุรถยนต์จากการเมาแล้วขับ โดยใช้มาตรการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมความตระหนักให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงการขับขี่ขณะเมาสุรา ผ่านความร่วมมือกับ U Drink I Drive ผู้ให้บริการพนักงานขับรถส่วนตัวมืออาชีพที่ขับรถของผู้ใช้บริการไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ลูกค้าของกรุงเทพประกันภัยทุกประเภทกรมธรรม์จะได้รับส่วนลดในการใช้บริการ รวมถึงคูปองส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง •    ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับผู้ที่ดูแลคนพิการ หรือคนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง โดยมีความคุ้มครองที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าปรึกษาด้านสุขภาพจิต เนื่องจากผู้ดูแลมักเผชิญกับความเครียดและความกดดันจากภาระหน้าที่ในการดูแลอย่างต่อเนื่อง •    ประกันภัยค่าชดเชยผลประโยชน์จากอุบัติเหตุสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มไรเดอร์ หรือผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงและมีรายได้ไม่แน่นอน รวมถึงมีข้อจำกัดในการเข้าถึงประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวันกรณีประสบอุบัติเหตุ รวมถึงเงินชดเชยปลอบขวัญ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างหลักประกันด้านรายได้การประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวันและเงินชดเชยปลอบขวัญ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย  •    การส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีของลูกค้า โดยจูงใจให้ลูกค้าดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยการมอบ Gift Voucher ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยสุขภาพ เมื่อแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนภายใน 6 เดือนก่อนการทำประกันภัย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก มะเร็งปากมดลูก (HPV) งูสวัด หรือไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น •    การมอบกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานเพื่อสาธารณประโยชน์ อาทิ ผู้ปฏิบัติงานใต้ทะเล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และเสริมความอุ่นใจหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยถือเป็นผู้ริเริ่มพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยสำหรับนักดำน้ำในประเทศไทย ซึ่งให้ความคุ้มครองกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูญเสียอวัยวะหรือสายตาจากอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำ •    ESG Idea Challenge มุ่งต่อยอดองค์ความรู้ด้าน ESG จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดแนวคิดหรือนวัตกรรมด้าน ESG ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และยังตระหนักถึงการลดผลกระทบเชิงลบ และเพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมโดยรวมอีกด้วย ในปี 2569 นี้ กรุงเทพประกันภัยยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพการให้บริการ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง

กรุงเทพประกันภัยคว้ารางวัล Business+ Product Innovation Awards 2026 นวัตกรรมชีวิตไลฟ์สไตล์ แบบประกันภัยที่เพิ่มความคุ้มครองสัตว์เลี้ยง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

กรุงเทพประกันภัยคว้ารางวัล Business+ Product Innovation Awards 2026 นวัตกรรมชีวิตไลฟ์สไตล์ แบบประกันภัยที่เพิ่มความคุ้มครองสัตว์เลี้ยง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี Business+ Product Innovation Awards 2026 นวัตกรรมชีวิตไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Innovation) แบบประกันภัยที่เพิ่มความคุ้มครองสัตว์เลี้ยง จากงานมอบรางวัล Business+ Product Innovation Awards 2026 จัดโดยนิตยสาร Business+ ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีนายนุรักษ์ มาประณีต (ขวา) องคมนตรี ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลให้แก่นายทัศพงศ์ บุศยพลากร (ซ้าย) ผู้อำนวยการ ธุรกิจลูกค้ารายย่อย ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 จากการที่บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสอดรับกับเทรนด์ Pet Humanization ด้วยการเพิ่มความคุ้มครองสัตว์เลี้ยงในประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 และประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่นอกเหนือจากความคุ้มครองมาตรฐานของกรมธรรม์ ซึ่งให้ความคุ้มครองทั้งชีวิต ร่างกาย อนามัย และทรัพย์สินของผู้เดินทาง โดยเพิ่มความคุ้มครองสัตว์เลี้ยงที่ครอบคลุมการเสียชีวิต ค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ เงินชดเชยต่างๆ รวมถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเนื่องจากสัตว์เลี้ยง โดยมุ่งออกแบบความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการ เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจในทุกการเดินทางและได้รับความพึงพอใจสูงสุด

กรุงเทพประกันภัยรับโล่แสดงความขอบคุณในความร่วมมือเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนบ้านมหาราช

กรุงเทพประกันภัยรับโล่แสดงความขอบคุณในความร่วมมือเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนบ้านมหาราช

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับโล่แสดงความขอบคุณในความร่วมมือเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนบ้านมหาราช ในงาน Open House ภายใต้โครงการ “สานพลังเครือข่าย สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” จัดโดยสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช กรมกิจการเด็กและเยาวชน จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็งและมีคุณภาพ ด้วยการสนับสนุนโครงการต่างๆ ของสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช ได้แก่ โครงการปรับปรุงพื้นที่เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนเพื่อปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้บริหารและบุคลากรสถานสงเคราะห์ฯ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน เสริมสร้างทัศนคติที่ดี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ณ สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569

กรุงเทพประกันภัยร่วมสร้างสุขภาวะทางใจที่ดี จับมือกรมสุขภาพจิต ต่อยอดแนวคิดยินดีที่ได้รู้ใจ สร้างความตระหนักถึงภัยเงียบของปัญหาสุขภาพจิต ณ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

กรุงเทพประกันภัยร่วมสร้างสุขภาวะทางใจที่ดี จับมือกรมสุขภาพจิต ต่อยอดแนวคิดยินดีที่ได้รู้ใจ สร้างความตระหนักถึงภัยเงียบของปัญหาสุขภาพจิต ณ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

กรุงเทพประกันภัยร่วมสร้างสุขภาวะทางใจที่ดี จับมือกรมสุขภาพจิต ต่อยอดแนวคิดยินดีที่ได้รู้ใจ สร้างความตระหนักถึงภัยเงียบของปัญหาสุขภาพจิต ณ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ด้วยความตระหนักถึงการส่งเสริมดูแลสุขภาพจิตของเยาวชน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าโครงการเชิงรุกเพื่อสังคม จัดกิจกรรม กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ภายใต้แนวคิด ยินดีที่ได้รู้ใจ เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุภาภรณ์ ศิวกีรัตตนะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และนายทัศพงศ์ บุศยพลากร ผู้อำนวยการ ธุรกิจลูกค้ารายย่อย บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ RBAC Hall มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เมื่อเร็วๆ นี้ โดยภายในงานมุ่งเน้นไปยังการสร้างความเข้าใจเชิงลึกเพื่อนำไปสู่การตระหนักถึงภัยเงียบของปัญหาสุขภาพจิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ การมีสุขภาพจิตที่ดี การทำความเข้าใจต่อภาระทางจิตใจ ซึ่งอาจเกิดจากการถูกคาดหวังหรือความต้องการการยอมรับในโลกโซเชียล การจัดการกับสภาวะอารมณ์ของตัวเอง และการดูแลคนรอบข้างอย่างเหมาะสม ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้แบบ Interactive และสื่อวิดีโอกราฟิกที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 4 คาแรกเตอร์ ได้แก่ น้องรู้ใจ น้องใส่ใจ น้องเปิดใจ และน้องเบาใจ นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาที่เจาะลึกทั้งการดูแลสุขภาพกายและใจ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ตรง ได้แก่ แพทย์หญิงญานิกา วลีอิทธิกุล รองผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัดและเจ้าของแคมเปญจุดพักใจ และ หมอฟรัง นรีกุล เกตุประภากร นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษา แพทย์หญิงญานิกา วลีอิทธิกุล กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างอารมณ์เศร้าปกติกับโรคซึมเศร้า รวมถึงข้อควรระวังในการวินิจฉัยโรคเองจากโซเชียลมีเดียว่า “อารมณ์เศร้าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเคยเจอเวลามีเรื่องกระทบจิตใจ แต่โรคซึมเศร้าคือสภาวะที่เศร้าต่อเนื่องยาวนานจนกระทบต่อร่างกาย ความคิด และอารมณ์ ยิ่งตอนนี้วัยรุ่นใช้เวลาอยู่ในโลกโซเชียลค่อนข้างเยอะ ปัญหาคือคนเรามักจะมองหาจุดเชื่อมโยงว่า อาการที่เกิดขึ้นเหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าตามที่ได้ทราบมา ทั้งที่จริงอาจเป็นเพียงความเศร้าชั่วขณะ หากสงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ เราแนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอคำแนะนำแทนการรีบตีตราตัวเองว่ามีความผิดปกติ” ส่วนศัพท์ใหม่อย่างเทรนด์ Bed Rotting หรือการนอนเปื่อยอยู่บนเตียงทั้งวัน ซึ่งวัยรุ่นต่างบอกว่ามันคือการชาร์จแบต แต่ผู้ใหญ่กลับมองว่าขี้เกียจ แพทย์หญิงญานิกาแสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าทำในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมองก็ถือว่ามีประโยชน์และช่วยชาร์จพลังได้ แต่ไม่ควรทำติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียให้สมองสับสน โดยสมองจะแยกไม่ออกว่าเตียงคือที่นอนหลับหรือที่พักผ่อน หรือหากทำติดต่อกันนานๆ อาจกลายเป็นการนอนเพื่อหนีปัญหา ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง ร่างกายเฉื่อยชา จนสมองแยกไม่ออกระหว่างการพักกับการหนี ไม่เพียงเท่านั้น การนอนนานๆ ยังทำให้ความตื่นตัวลดลง ร่างกายเฉื่อยชา ความกระตือรือร้นหรือความอยากทำสิ่งต่างๆ หดหาย และอาจกลายเป็นคนหมดไฟได้ในท้ายที่สุด ดังนั้นเราจึงต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดว่าทำเพื่อผ่อนคลายและต้องทำอย่างพอเหมาะ ข้อสำคัญคือต้องไม่กระทบความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน หากทำแล้วหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ อีกทั้งยังจะช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้ใหญ่ที่มีต่อการกระทำนี้จากความขี้เกียจให้เข้าใจว่าเป็นการพักผ่อนที่มีคุณภาพด้วย” เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ กล่าวถึงสาเหตุที่โซเชียลมีเดียส่งผลให้เกิดนิสัย People Pleasing การยอมตามใจคนอื่นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งมีที่มามาจากกลไกทางจิตใจและความกดดันทางสังคมว่า “โซเชียลมีเดียสร้างบรรยากาศที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ฉันต้องเก่ง ต้องดัง และต้องเพอร์เฟกต์ เมื่อไม่สามารถทำได้ตามภาพที่เห็นจึงเกิดเป็นความกดดันต่อตัวเองอย่างหนัก คนที่มีแนวโน้มเป็น People Pleaser มักจะผูกคุณค่าและความรู้สึกดีของตัวเองไว้กับการถูกยอมรับ แต่ก็แฝงไปด้วยความกลัวว่าจะไม่ถูกรัก โซเชียลมีเดียจึงกลายเป็นพื้นที่ที่คนกลุ่มนี้พยายามทำทุกอย่างให้คนอื่นชอบและมองว่าตนเองเก่ง ทั้งหมดเพื่อใช้เสียงตอบรับจากคนอื่นเป็นเหมือนกระจกสะท้อนยืนยันคุณค่าในตัวเอง” นอกจากนี้ เขื่อนได้เสริมถึงการดูแลสุขภาพใจของตัวเองว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องมีภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันตัวเอง บางคนภายนอกดูยิ้มแย้มแต่ข้างในพังทลาย สิ่งนี้เรียกว่า Smiling Depression หรืออีกคำที่นิยมใช้คือ Duck Syndrome เปรียบเหมือนเป็ดที่กำลังลอยน้ำอย่างสง่างาม แต่ขาต้องตะเกียกตะกายอย่างหนักอยู่ใต้น้ำ ซึ่งมักพบในคนที่มีภาวะเครียด ซึมเศร้า หรือ Burnout สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความกดดันในสังคมโซเชียลมีเดีย ซึ่งจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้ สำหรับการเป็นมนุษย์คนหนึ่ง การรู้สึกไม่ไหวหรือรู้สึกไม่ดีพอ ถือเป็นเรื่องปกติมาก ถ้าเรารู้สึกว่าใจเราไม่ไหวแล้ว เราสามารถเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญได้เลย เพราะการเอ่ยปากขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย” หมอฟรัง นรีกุล เกตุประภากร บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลใจและมุมมองต่อความสำเร็จของคนในยุคนี้ที่มักมาพร้อมความกดดันว่า “เราควรหันมาโฟกัสตัวเองมากกว่าเสียงรอบข้าง เพราะสุขภาพใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เดิมทีเราก็เคยเป็นคนที่กดดันตัวเองและพยายามทำให้ทุกคนพอใจ จนตัวเองเป็นทุกข์ แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าในวันที่ทุกข์ที่สุด คนที่อยู่กับเราก็คือตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพร้อมปล่อยวางผลลัพธ์ภายนอกที่ไม่เป็นดั่งใจอยู่เสมอ และเมื่อเจอปัญหา อย่ามัวแต่ Zoom In จนเห็นเพียงมุมมองแคบๆ แต่อยากให้ลอง Zoom Out ถอยออกมามองภาพกว้างเพื่อจะได้เห็นว่าชีวิตยังมีด้านดีอื่นๆ อีก เช่น ครอบครัว เพื่อน การมีสุขภาพดี หรือการมีอากาศหายใจ นอกจากนี้ เรายังควรดูแลร่างกาย กินอาหารดีๆ และนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะบางครั้งการตื่นมาด้วยความสดชื่นก็ช่วยเปลี่ยนมุมมองได้” ในยุคที่สังคมกดดันให้ต้องรวยเร็วหรือประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย หมอฟรังมองว่า “ภาพความสำเร็จและความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องมีเงิน 100 ล้าน ตอนอายุ 30 เสมอไป เราควรถามตัวเองให้ชัดเจนว่า เป้าหมายจริงๆ คืออะไร การมีความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดีหากช่วยให้เราพัฒนาตัวเองและยังมีความสุขได้ แต่ความสุขไม่ควรอยู่ที่ปลายทางเพียงอย่างเดียว มันควรเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางด้วย และการเป็นคนธรรมดาก็ไม่ใช่เรื่องผิด บางทีความสำเร็จอาจเป็นเพียงการได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุขกับครอบครัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รักตัวเอง” กรุงเทพประกันภัย มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเกราะป้องกันทางใจที่แข็งแกร่งให้แก่นักศึกษาและผู้ร่วมกิจกรรม รวมถึงได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมให้เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและมีความเข้าใจในเรื่องสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323

กรุงเทพประกันภัยได้รับการประกาศเกียรติคุณ โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก สู่สังคมคาร์บอนต่ำ

กรุงเทพประกันภัยได้รับการประกาศเกียรติคุณ โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก สู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนายพิสิฐ คิดเจริญสุข (กลาง) รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสินไหมทดแทนยานยนต์ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบโล่พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS) ภายใต้โครงการ “Old For New โดย SCGP RECYCLE” ในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้รับเกียรติจากนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท (ซ้าย) ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และนายดนัยเดช เกตุสุวรรณ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานใหญ่ SCG บางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณองค์กรต่างๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ การให้บริการกรมธรรม์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) และการติดตามบริหารจัดการการใช้กระดาษอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถลดปริมาณการใช้กระดาษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และมีส่วนร่วมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

กรุงเทพประกันภัยมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สนับสนุนโครงการ Give Blood Now ของสภากาชาดไทย

กรุงเทพประกันภัยมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สนับสนุนโครงการ Give Blood Now ของสภากาชาดไทย

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนายธีรยุทธ กิจวรพัฒน์ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการ ธุรกิจสาขา เป็นตัวแทนมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่สภากาชาดไทย โดยมีนายเตช บุนนาค (กลาง) เลขาธิการสภากาชาดไทย และรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ (ขวาสุด) ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบในพิธีแถลงข่าวโครงการ Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย เพื่อสนับสนุนการจัดทำเสื้อยืดที่ระลึกให้แก่ผู้บริจาคเลือดครบ 3 ครั้งต่อปี และส่งเสริมให้มีการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ณ ห้องจุมภฏ ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

กรุงเทพประกันภัยเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารจากกรมคุ้มครองวิสาหกิจ รัฐลงทุน และ การประกันภัย กระทรวงการเงิน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

กรุงเทพประกันภัยเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารจากกรมคุ้มครองวิสาหกิจ รัฐลงทุน และ การประกันภัย กระทรวงการเงิน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับท่าน ไพทูรย์ เที่ยงละไม หัวหน้ากรมคุ้มครองวิสาหกิจ รัฐลงทุน และ การประกันภัย พร้อมคณะผู้บริหารจากกรมคุ้มครองวิสาหกิจ รัฐลงทุน และ การประกันภัย กระทรวงการเงิน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยเฉพาะงานด้านสินไหมทดแทนยานยนต์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการให้บริการลูกค้า อีกทั้งยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยและการประกันภัยต่อ พร้อมชมพิพิธภัณฑ์กรุงเทพประกันภัยที่รวบรวมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์กว่า 1,000 ชิ้น ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569

กรุงเทพประกันภัยรับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน ประจำปี 2569 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพประกันภัยรับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน ประจำปี 2569 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมของบริษัทฯ ในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เด็กและเยาวชนด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพประกันภัยขยายระยะเวลาโครงการผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย 0%

กรุงเทพประกันภัยขยายระยะเวลาโครงการผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย 0%

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขยายระยะเวลาโครงการผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อเนื่องอีก 1 ปี ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยโครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ลูกค้าบุคคลสามารถผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัตรเครดิตดังนี้ มาตรการการผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัตรเครดิต · สำหรับลูกค้าบุคคลที่ทำประกันภัยทุกประเภท (ยกเว้นประกันภัยภาคบังคับ พ.ร.บ.รถยนต์) ทั้งกรมธรรม์ใหม่และกรมธรรม์ต่ออายุ · เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ · กรมธรรม์ประกันภัยต้องมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 และชำระ เบี้ยประกันภัยภายในระยะเวลาที่กำหนด · ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ อัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน · ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ อัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 เดือน ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและบริษัทในเครือ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทีทีบี ธนาคารไทย พาณิชย์ ธนาคารยูโอบี และบัตรกรุงไทย (KTC) ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2285 8888

กรุงเทพประกันภัยส่งความห่วงใยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยไมโครอินชัวรันส์ประกันภัยอุบัติเหตุ-บ้านอุ่นใจ พร้อมมอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ

กรุงเทพประกันภัยส่งความห่วงใยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยไมโครอินชัวรันส์ประกันภัยอุบัติเหตุ-บ้านอุ่นใจ พร้อมมอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มความอุ่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โดยได้ออกกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังนี้ 1. พัฒนากรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) บริษัทฯ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เข้าถึงง่ายและราคาย่อมเยา พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ อาทิ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม โดยเปิดรับประกันภัยตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2569 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ • กรมธรรม์ประกันภัยอุ่นใจข้ามปี 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง - การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 100,000 บาทและหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 100,000 บาท - การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท - ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท - ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน • กรมธรรม์ประกันภัยอุ่นใจข้ามปี 20 บาท (ไมโครอินชัวรันส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15-70 ปี โดยให้ความคุ้มครอง - การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุทั่วไป 250,000 บาท และหากเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากอุบัติเหตุสาธารณะ รับเพิ่ม 250,000 บาท - การเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรม ทำร้ายร่างกาย อุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 125,000 บาท - ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 5,000 บาท - ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน • กรมธรรม์ประกันภัยบ้านอุ่นใจ (ไมโครอินชัวรันส์) เบี้ยประกันภัย 10 บาท โดยให้ความคุ้มครอง - ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด สูงสุด 30,000 บาท - ความเสียหายจากลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว - การโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ - ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว วันละ 300 บาท (สูงสุด 30 วัน) - ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน 2. มอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง จัดตั้งจุดบริการประชาชน ณ จุดบริการทางหลวงในพื้นที่ต่างๆ ให้คำแนะนำด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีรถประสบอุบัติเหตุหรือรถเสีย รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มกรุงเทพประกันภัยเพื่อให้บริการแก่ประชาชนตลอดการเดินทาง และส่งมอบน้ำดื่มผ่านสำนักงาน คปภ. ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

กรุงเทพประกันภัยตอกย้ำองค์กรจรรยาบรรณดีเด่น รับเข็มกลัดเชิดชูเกียรติจากงานประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย 2568

กรุงเทพประกันภัยตอกย้ำองค์กรจรรยาบรรณดีเด่น รับเข็มกลัดเชิดชูเกียรติจากงานประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย 2568

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ รับเข็มกลัดเชิดชูเกียรติในงานประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย โดยได้รับเกียรติจากนาง กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการตัดสินโครงการเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย เป็นผู้มอบรางวัลดังกล่าว โดยมีนางวีนัส อัศวสิทธิถาวร ประธานคณะกรรมการส่งเสริมจรรยาบรรณ หอการค้าไทย ร่วมแสดงความยินดี ในงานประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด Big Quick Win ด้วยหลักจรรยาบรรณ ตอกย้ำความเป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการอย่างมีจรรยาบรรณ ยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบต่อลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568

BKIH คว้าหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ระดับสูงสุด AAA ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

BKIH คว้าหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ระดับสูงสุด AAA ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH ได้รับผลการประเมินอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Ratings) ประจำปี 2568 ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดติดต่อกัน 3 ปีต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2566 - 2568 อีกทั้งยังได้รับผลคะแนนรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน โดยการประเมินในภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามกระบวนการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) รวมถึงมีคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียนตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด โดยผลการดำเนินงานด้าน ESG ของบีเคไอ โฮลดิ้งส์มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ใช้กลยุทธ์ในการดำเนินงานอย่างสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน หน่วยงานกำกับดูแล ตลอดจนสังคมและชุมชน เพื่อยืนหยัดการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง พร้อมยกระดับมาตรฐานองค์กรสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

กรุงเทพประกันภัยส่งต่อพลังใจให้คนรุ่นใหม่ ผนึกกำลังกรมสุขภาพจิต ต่อยอดแนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” ชวน “เขื่อน-หมอฟรัง” ร่วมเสริมเกราะป้องกันใจ ณ มทร.พระนคร

กรุงเทพประกันภัยส่งต่อพลังใจให้คนรุ่นใหม่ ผนึกกำลังกรมสุขภาพจิต ต่อยอดแนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” ชวน “เขื่อน-หมอฟรัง” ร่วมเสริมเกราะป้องกันใจ ณ มทร.พระนคร

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการดูแลสุขภาพจิตของคนไทย กรุงเทพประกันภัยร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าจัดกิจกรรม “กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจให้แก่เยาวชน คนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไป ผ่านกิจกรรมการสื่อสารที่เข้าถึงง่าย หลากหลาย และเหมาะสม ด้วยการจัดนิทรรศการและการพูดคุยเสวนาในสถาบันการศึกษาต่างๆ ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร โดยในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.กษิดิ์เดช สุทธิวานิช รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และนางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องประชุมมงคลอาภา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร เมื่อเร็วๆ นี้ โดยภายในงานมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตร เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สำรวจจิตใจของตนเอง พร้อมเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ ผ่านนิทรรศการแบบ Interactive และสื่อวิดีโอกราฟิกชุด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 4 คาแรกเตอร์เพื่อนซี้ทางใจ ได้แก่ น้องรู้ใจ น้องใส่ใจ น้องเปิดใจ และน้องเบาใจ นอกจากนี้ ยังมีไฮไลต์สำคัญคือการเสวนาในหัวข้อ “กว่าจะรู้ใจ” ที่เชิญชวนผู้เข้าร่วมงานร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนมุมมองจากประสบการณ์จริงกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข “เขื่อน” ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัดและเจ้าของแคมเปญ “จุดพักใจ” และ “หมอฟรัง” นรีกุล เกตุประภากร นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้ขยายความถึงการรู้เท่าทันจิตใจของตนเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาวะทางใจว่า “ความเศร้าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเมื่อความเศร้านั้นเริ่มส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น เรียนไม่ได้ ทำงานไม่ไหว หรือเริ่มละเลยการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทอย่างมาก การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พูดคุยเพื่อคลายเหงาอาจช่วยได้บ้าง แต่ไม่ควรปล่อยให้มาแทนที่ความสัมพันธ์จริงกับคนรอบข้าง สิ่งสำคัญคือเราต้องหมั่นสำรวจอารมณ์ของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะสุขภาพจิตที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจากการลงมือสร้างผ่านพฤติกรรมและกิจวัตรประจำวันที่ช่วยเสริมความเข้มแข็งทางใจ เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ การทำกิจกรรมที่ช่วยเติมพลังใจ รวมถึงการเปิดใจพูดคุยเมื่อรู้สึกไม่ไหว เพื่อให้เราสามารถรู้เท่าทันและจัดการกับความรู้สึกต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม” “เขื่อน” ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัดและเจ้าของแคมเปญ “จุดพักใจ” เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักตนเองและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจว่า “การรักตนเองเป็นจุดเริ่มต้นของการรักคนอื่นอย่างถูกวิธี เพราะเมื่อเราให้คุณค่ากับความรู้สึกและความต้องการของตนเองแล้ว เราจะสามารถเข้าใจผู้อื่นได้อย่างสมดุล หลายครั้งที่เรามุ่งให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไป พยายามเป็น People Pleaser จนหลงลืมความต้องการแท้จริงของตนเอง จึงอยากชวนให้ลองถามตนเองบ่อยๆ ว่า “วันนี้เราไหวไหม” และกล้าที่จะปฏิเสธสิ่งที่บั่นทอนใจ พร้อมสร้างขอบเขตที่ชัดเจนในการคบหาผู้คน ซึ่งไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นการเสริมเกราะทางใจให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ ยังไม่ควรตัดสินความทุกข์ของใครว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย สิ่งที่ทำได้คือการอยู่เคียงข้าง ทำให้เขารู้ว่าแม้ในวันที่โลกใจร้าย เขาไม่ต้องเผชิญเรื่องร้ายเพียงลำพัง สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตที่แข็งแรงทั้งกับตนเองและผู้อื่น” ปิดท้ายด้วยมุมมองของ “หมอฟรัง” นรีกุล เกตุประภากร ศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์การก้าวข้ามความกดดันว่า “เคยเป็นคนที่แบกความคาดหวังไว้หนักอึ้ง จนวันหนึ่งค้นพบว่าเราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบในสายตาใคร แค่มีความสุขในแบบที่เป็นเราก็เพียงพอแล้ว หันมาฟังเสียงหัวใจตนเองให้มากขึ้น และสิ่งสำคัญคืออย่าคาดหวังว่าความแหลกสลายหรือความเจ็บปวดทางใจจะหายไปชั่วข้ามคืน ขอให้เชื่อมั่นว่าการเยียวยาจิตใจนั้นต้องใช้เวลา ตราบใดที่กราฟชีวิตโดยรวมของเราดีขึ้น นั่นแปลว่าเรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับคอมเมนต์ด้านลบในโซเชียลมีเดีย ขอให้เลือกรับและปล่อยผ่านสิ่งที่ไม่จริงทิ้งไป อย่าเก็บมาทำร้ายจิตใจตนเอง เพราะเราห้ามไม่ให้ใครมาตัดสินเราไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าจะไม่รับมาใส่ใจ เพียงให้คุณค่ากับความรู้สึกและความต้องการของตนเอง แล้วค่อยๆ ดูแลใจไปตามเวลา ก็จะสามารถก้าวผ่านความกดดันและสร้างความสุขในแบบของเราเองได้” บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรม “กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต” ภายใต้แนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตในสถาบันการศึกษา และเสริมสร้างสุขภาวะทางใจที่ดีให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยมุ่งหวังให้สังคมไทยเป็นสังคมที่พร้อมรับฟังและเข้าใจซึ่งกันและกัน สำหรับผู้ที่สนใจรับคำปรึกษาด้านสุขภาพจิต สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323 หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อดูแลสุขภาวะทางใจได้อย่างเหมาะสม

4 องค์กรใหญ่ร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 15 ร่วมฟื้นป่ารักษาสิ่งแวดล้อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

4 องค์กรใหญ่ร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 15 ร่วมฟื้นป่ารักษาสิ่งแวดล้อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

4 องค์กรใหญ่ กรุงเทพประกันภัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพประกันชีวิต และไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย ร่วมมือร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 15 ร่วมฟื้นป่ารักษาสิ่งแวดล้อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 กิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 15 นี้ นำโดยนายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะเป็นประธานการจัดกิจกรรม พร้อมด้วย นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย เภสัชกรหญิง ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต และนายสาธิต ลิปตะสิริ ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการการลงทุน บมจ. ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย นำคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสารวมเกือบ 300 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพันเอก วันปิยะ ไชยเนตร ผู้อำนวยการ กองกิจการพลเรือน โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าให้การต้อนรับ หลังจากนั้นมีการแบ่งกลุ่มพนักงานจิตอาสาทำกิจกรรมสัมพันธ์ Walk Rally 4 ฐาน สร้างความสามัคคีระหว่างองค์กร พร้อมเข้าพื้นที่ร่วมกิจกรรมปั้นกระสุนเมล็ดพันธุ์พืชที่ปั้นด้วยดินเหนียว และยิงเมล็ดพันธุ์ให้กระจายออกไปในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สำหรับโครงการ Bhappy เป็นโครงการที่ 4 บริษัทได้ร่วมกันจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งเพื่อสร้างความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร ซึ่งโครงการ Bhappy ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 15 และจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์และสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมโดยรวมต่อไป

กรุงเทพประกันภัยร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัยมอบเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน และเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนเขตสาทร

กรุงเทพประกันภัยร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัยมอบเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน และเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนเขตสาทร

นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และกรรมการ มูลนิธิกรุงเทพประกันภัย มอบเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (เครื่อง AED) จำนวน 1 เครื่อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของฝ่ายกู้ชีพกู้ภัย อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในการช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหันในพื้นที่เขตสาทรและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมกันนี้ยังได้มอบเงินสนับสนุนโครงการของคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตสาทร ได้แก่ โครงการสนับสนุนเครื่องอุปโภค บริโภค และสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินการคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตสาทร รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 250,000 บาท โดยมีนายธวัชชัย แพงไทย ผู้อำนวยการเขตสาทร เป็นผู้รับมอบ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือดูแลประชาชนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย สำนักงานใหญ่ ถนนสาทรใต้ เมื่อเร็วๆ นี้

ชัย โสภณพนิช ได้รับการยกย่องเป็นพ่อตัวอย่างกรุงเทพมหานคร เขตสาทร จากการเป็นผู้นำครอบครัวและองค์กร รวมถึงทำคุณประโยชน์ต่อสังคมรอบด้าน

ชัย โสภณพนิช ได้รับการยกย่องเป็นพ่อตัวอย่างกรุงเทพมหานคร เขตสาทร จากการเป็นผู้นำครอบครัวและองค์กร รวมถึงทำคุณประโยชน์ต่อสังคมรอบด้าน

นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ “พ่อตัวอย่างกรุงเทพมหานคร” จากสำนักงานเขตสาทร ในโอกาสนี้ นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะบุตรของนายชัย โสภณพนิช โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานมอบโล่รางวัล จากงานเชิดชูเกียรติ “วันพ่อ” ประจำปี 2568 จัดโดยสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมปรินซ์พาเลส กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 โดยนายชัย โสภณพนิช เป็นหนึ่งในพ่อตัวอย่างจาก 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมสถาบันครอบครัว ด้วยการเป็นผู้นำครอบครัวที่ดูแลและอบรมสั่งสอนบุตรได้เป็นอย่างดี เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจองค์กรด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ส่งเสริมให้บมจ.กรุงเทพประกันภัย เป็นธุรกิจประกันวินาศภัยที่เติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งเป็นผู้มีจิตเมตตาด้วยการมีส่วนร่วมให้ผู้คนในสังคมได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการริเริ่มและดำเนินนโยบายรวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพประกันภัยเพิ่มความอุ่นใจ เร่งออกมาตรการดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ครอบคลุมทั้งลูกค้า พนักงาน และประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ

กรุงเทพประกันภัยเพิ่มความอุ่นใจ เร่งออกมาตรการดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ครอบคลุมทั้งลูกค้า พนักงาน และประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมตระหนักถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัย บริษัทฯ จึงได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ครอบคลุมทั้งด้านลูกค้า พนักงาน และสังคม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ด้านลูกค้า: อำนวยความสะดวก พร้อมช่วยเหลือทุกช่องทาง กรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยมุ่งยกระดับการเข้าถึงบริการให้สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ผ่านมาตรการดูแลหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ มาตรการเร่งด่วนในเบื้องต้น • ส่งข้อความ SMS แจ้งความคุ้มครองถึงลูกค้าในพื้นที่ประสบภัย พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการรับบริการและการติดต่อผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ของบริษัทฯ • เปิดแจ้งเคลมน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งประกันภัยทรัพย์สินและประกันภัยรถยนต์ รวมถึงการใช้บริการรถยกได้อย่างสะดวก ผ่าน LINE @bangkokinsurance และโทรสายด่วน 1620 • จัดตั้งจุดบริการเคลมในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าเพิ่มเติมจากสำนักงานสาขาหาดใหญ่ โดยได้ลงพื้นที่ตั้งจุดให้บริการ ณ ธนาคารกรุงเทพ สาขาหาดใหญ่ มาตรการช่วยเหลือลูกค้าในระยะยาว • ขยายระยะเวลาคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยทุกประเภท สำหรับลูกค้ารายย่อยที่กรมธรรม์หมดอายุในช่วงระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม 2568 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ • ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยทุกประเภท สูงสุด 90 วัน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ • ขยายระยะเวลาผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 10 เดือน สำหรับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ และ 0% สูงสุด 6 เดือน สำหรับบัตรเครดิตอื่นๆ ที่ร่วมรายการ ด้านพนักงาน: ดูแลบุคลากรในพื้นที่น้ำท่วมอย่างเต็มที่ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับพนักงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยได้จัดสรรความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมให้แก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมการเยียวยาและการสนับสนุนด้านสวัสดิการ ดังนี้ • เงินช่วยเหลือสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ตามจริงหรือสูงสุด 20,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายในเบื้องต้น • เงินกู้สำหรับการซ่อมแซมบ้านเรือน ดอกเบี้ย 0% วงเงินสูงสุด 300,000 บาท ระยะการผ่อนชำระ 3 ปี • วันหยุดพิเศษ 3 วัน เพื่อให้พนักงานจัดการภารกิจส่วนตัวต่างๆ • ค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจศพ จำนวน 10,000 บาท ในกรณีที่บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของพนักงานเสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ด้านสังคม: ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ชุมชนภาคใต้ กรุงเทพประกันภัยร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย ดำเนินกิจกรรมเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่สังคมผ่านการบริจาค การจัดส่งสิ่งของจำเป็น และการสนับสนุนภาคสาธารณสุข ดังนี้ • บริจาคเงินสนับสนุนจำนวน 250,000 บาท ผ่านสภากาชาดไทย • บริจาคเงินสนับสนุนจำนวนกว่า 645,000 บาท ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จากการร่วมสมทบทุนของบริษัทกรุงเทพประกันภัย คณะผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีจิตศรัทธา • ร่วมส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท โดยมูลนิธิชัย–นุชนารถ และกรุงเทพประกันภัย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อส่งต่อสิ่งของจำเป็น อาหาร และเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ ยังไปพื้นที่ภาคใต้ ผ่านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง • จัดทำและส่งมอบถุงยังชีพ ให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กรุงเทพประกันภัยร่วมส่งกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวและฟื้นฟูจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สอดคล้องกับความเสี่ยงในปัจจุบัน ยกระดับคุณภาพการบริการ และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า คู่ค้า ชุมชน พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก ESG ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลประกอบการที่ดี ควบคู่กับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

กรุงเทพประกันภัยครองอันดับความน่าเชื่อถือ A- (Stable) จาก S&P อย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพประกันภัยครองอันดับความน่าเชื่อถือ A- (Stable) จาก S&P อย่างต่อเนื่อง

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน จาก Standard & Poor’s หรือ S&P สถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก ที่ระดับ A- และยืนหยัดมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของบริษัทฯ ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable) ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการบริหารจัดการที่ดี อีกทั้งยังเป็นผู้นำในธุรกิจประกันวินาศภัยที่ยังคงครองความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ด้วยเงินกองทุนและสินทรัพย์ที่มั่นคง มีผลประกอบการที่ดีแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ถือเป็นหนึ่งในบริษัทประกันวินาศภัยของประเทศไทยที่เข้มแข็ง และส่งเสริมสถานะทางการตลาดในธุรกิจประกันวินาศภัยได้อย่างมั่นคง

กรุงเทพประกันภัยมอบทุนการศึกษา BKI Scholarship ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9

กรุงเทพประกันภัยมอบทุนการศึกษา BKI Scholarship ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ มอบทุนการศึกษาในโครงการ BKI Scholarship ประจำปีการศึกษา 2568 ให้แก่นิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรี โดยให้ทุนการศึกษาต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาประกันภัย สาขาคณิตศาสตร์ สาขาสถิติ และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีผลการเรียนและความประพฤติดี อีกทั้งมีความจำเป็นในการขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษาตลอดระยะเวลาที่ศึกษาในสถาบัน ซึ่งเป็นการมอบให้แก่นิสิต นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ถึงปีที่ 4 รวมจำนวน 33 คน รวมเป็นเงินทุนการศึกษามูลค่า 1,750,000 บาท พร้อมมอบความคุ้มครองประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ทุนประกันภัย 200,000 บาทต่อคนต่อปี โดยไม่มีข้อผูกพันใดๆ ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยได้มอบทุนการศึกษาในโครงการ BKI Scholarship มาตั้งแต่ปี 2560 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 9 โดยมีนิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นจำนวน 89 คน รวมทุนการศึกษาที่ได้มอบไปแล้วทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงินกว่า 6,373,000 บาท นอกจากนี้ นิสิตและนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา ยังได้รับโอกาสเข้าร่วมฝึกปฏิบัติงานเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาทักษะอย่างรอบด้าน อันเป็นการเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเติบโตไปกับบริษัทฯ และเสริมสร้างพลังสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมประกันภัยและประเทศชาติต่อไป

BKIH แข็งแกร่งต่อเนื่อง ผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 2,697.2 ล้านบาท จากที่บริษัทลูก BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 23,472.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% และมีกำไรสุทธิ 2,684.7 ล้านบาท

BKIH แข็งแกร่งต่อเนื่อง ผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 2,697.2 ล้านบาท จากที่บริษัทลูก BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 23,472.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% และมีกำไรสุทธิ 2,684.7 ล้านบาท

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 (ก.ค.-ก.ย.) มีกำไรสุทธิ 1,147.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.0 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 10.78 บาท สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ก.ย.) บีเคไอ โฮลดิ้งส์ มีรายได้จากการประกันภัย 23,472.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,697.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 10.3 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 25.34 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่ 3 ปี 2568 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 3.75 บาท ในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 และเมื่อรวมกับเงินปันผลไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 เท่ากับจ่ายเงินปันผล 9 เดือนแรกของปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้น 11.25 บาทต่อหุ้น ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของบีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 (ก.ค.-ก.ย.) มีรายได้จากการประกันภัย 7,736.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 และมีค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยสุทธิ 6,792.5 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย 944.0 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15.3 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สำหรับรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 444.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,370.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.6 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 1,139.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.9 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 10.71 บาท โดยผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2568 กรุงเทพประกันภัยมีรายได้จากการประกันภัย 23,472.3 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 และมีรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 1,338.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นแล้ว ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 3,152.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.7 และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 2,684.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.1 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 25.22 บาท บีเคไอ โฮลดิ้งส์และบริษัทย่อย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันและขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ และกรุงเทพประกันภัยจัดพิธีถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ และกรุงเทพประกันภัยจัดพิธีถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน จัดพิธีถวายสักการะพระฉายาลักษณ์และแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงอุทิศพระวรกายประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ นายชัย โสภณพนิช นำพวงมาลัยถวายพานแท่นสักการะและลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมแสดงความอาลัยและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย สำนักงานใหญ่ ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์และสมุดลงนามเพื่อให้พนักงาน ลูกค้า และประชาชนทั่วไปได้ถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัย ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกรุงเทพประกันภัย สำนักงานใหญ่ ถนนสาทรใต้

กรุงเทพประกันภัยรับรางวัลเชิดชูเกียรติ “สถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ระดับประเทศ” ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7

กรุงเทพประกันภัยรับรางวัลเชิดชูเกียรติ “สถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ระดับประเทศ” ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ระดับประเทศ ประจำปี 2568 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ประเภทไม่มีสหภาพแรงงาน กลุ่มสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ รางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรม สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ตลอดจนส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของบุคลากร ผ่านนโยบายด้านสวัสดิการ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีความสุข นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ คว้าคะแนนการประเมิน CGR ระดับ 5 ดาว สะท้อนมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการดีเลิศ

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ คว้าคะแนนการประเมิน CGR ระดับ 5 ดาว สะท้อนมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการดีเลิศ

บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้รับคะแนนการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2568 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies : CGR) ในระดับดีเลิศ (Excellent) หรือระดับ 5 ดาว จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และสังคมโดยรวม บีเคไอ โฮลดิ้งส์ มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการให้สอดคล้องกับแนวทางสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

กรุงเทพประกันภัยห่วงใย Gen Z จับมือกรมสุขภาพจิต สานต่อแนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” เดินหน้ารณรงค์ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้การเข้าใจตนเองและดูแลสุขภาวะทางใจอย่างยั่งยืน ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

กรุงเทพประกันภัยห่วงใย Gen Z จับมือกรมสุขภาพจิต สานต่อแนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” เดินหน้ารณรงค์ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้การเข้าใจตนเองและดูแลสุขภาวะทางใจอย่างยั่งยืน ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ด้วยความตระหนักถึงแนวโน้มปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชน กรุงเทพประกันภัย ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ารณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจที่ดี ผ่านกิจกรรม “กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต เพื่อการป้องกันอย่างยั่งยืน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อขยายการรณรงค์สู่สถาบันการศึกษาต่างๆ โดยได้รับเกียรติจาก ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อเร็วๆ นี้ กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างการตระหนักรู้และส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจให้แก่นักศึกษาและบุคลากร ผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ อาทิ นิทรรศการให้ความรู้ และวิดีโอกราฟิก “ยินดีที่ได้รู้ใจ” ที่ชวนมาร่วมเปิดประตูสู่ใจให้ได้ทำความรู้จักกับตนเองและคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น ในมุมมองที่อบอุ่นและเป็นมิตร ดีต่อใจผ่าน 4 คาแรกเตอร์ ได้แก่ น้องรู้ใจ น้องใส่ใจ น้องเปิดใจ และน้องเบาใจ พร้อมการเสวนาในหัวข้อ “กว่าจะรู้ใจ” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ตรงมาร่วมแบ่งปันความรู้ ได้แก่ ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข “เขื่อน” ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัดและเจ้าของแคมเปญ “จุดพักใจ” และ “ส้ม” มารี เออเจนี เลอเลย์ ศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พร้อมปิดท้ายด้วยการแสดงสุดพิเศษจากส้ม มารี เพื่อส่งต่อพลังบวกและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวให้มุมมองเกี่ยวกับการรับมือกับความกดดันและคอมเมนต์เชิงลบในยุคโซเชียลมีเดียว่า “การรับมือกับสิ่งต่างๆ ควรเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจและจัดการใจของตนเองให้พร้อมก่อน หากรู้สึกไม่ไหว ควรให้โอกาสตนเองได้หาจังหวะถอยออกมาและขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด นอกจากนี้ การสื่อสารอย่างมีสติและรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและคู่สนทนา จะช่วยให้สามารถรับมือกับความขัดแย้งได้ดียิ่งขึ้น สำหรับคอมเมนต์เชิงลบ แนะนำให้ลองมองในเชิงสร้างสรรค์ โดยเปลี่ยนคำวิจารณ์แย่ๆ ให้เป็นพลังงาน เปรียบเสมือน “เตาเผาขยะ” ที่แปรเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ดีให้กลายเป็นพลังในการพัฒนาตนเอง และที่สำคัญคือควรหยุดเปรียบเทียบตนเองกับชีวิตผู้อื่นบนโลกออนไลน์ เพราะจะทำให้เราสูญเสียความสุขในปัจจุบัน ควรย้อนกลับมาทบทวนหาจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรามีความสุขได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอการยอมรับจากภายนอก” “เขื่อน” ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัดและเจ้าของแคมเปญ “จุดพักใจ” ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือในการระบายอารมณ์หรือให้คำปรึกษาว่า “แม้เทคโนโลยี AI จะให้คำตอบที่ทำให้เรารู้สึกดีและช่วยเยียวยาความรู้สึกได้ในบางสถานการณ์ แต่ก็เป็นเพียงการตอบสนองทางอารมณ์ชั่วขณะ และมักตอบไปในทางที่เราต้องการและคาดหวัง ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีในระยะยาว โดยเฉพาะกับภาวะซึมเศร้าที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรง และอยากเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเส้นขอบเขตในชีวิต เพื่อปกป้องพลังใจและรับมือกับบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นพิษ (Toxic People) โดยควรจำกัดการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและเลือกสื่อสารเท่าที่จำเป็น แม้อาจรู้สึกไม่สบายใจในช่วงแรก แต่จะช่วยเซฟพลังงานและดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาว เพราะการปฏิเสธในสิ่งที่เราไม่สะดวกใจ ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่คืออีกหนทางหนึ่งของการดูแลสุขภาวะทางใจและให้คุณค่ากับตนเอง” “ส้ม” มารี เออเจนี เลอเลย์ ศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากการเป็นบุคคลสาธารณะว่า “เมื่อเวลาผ่านไปจึงตระหนักว่าชีวิตนั้นสั้น และเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามการเป็น People Pleaser โดยจัดลำดับความสำคัญและโฟกัสกับสิ่งที่ทำให้ตนเองมีความสุข สำหรับการรับมือกับคอมเมนต์เชิงลบ มองว่าเป็นเหมือนการฉีดวัคซีนให้หัวใจ โดยเริ่มจากการเตรียมใจก่อนอ่านคอมเมนต์ ให้รับรู้เพียงครั้งเดียวแล้วปล่อยผ่าน ขณะที่คำชมต่างๆ ก็ควรซึมซับไว้นานขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ พร้อมทั้งการเปลี่ยนมุมมองว่าการได้รับคอมเมนต์เชิงลบนั้นเป็นเรื่องปกติ และถือเป็นโอกาสให้ได้ทบทวนตนเองและเรียนรู้วิธีจัดการกับความรู้สึก ซึ่งช่วยให้หัวใจแข็งแรงและเติบโตมากขึ้น” บริษัทฯ มุ่งหวังให้กิจกรรม “กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต เพื่อการป้องกันอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันทางใจที่แข็งแกร่งให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดกว้างและเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจะยังคงจัดขึ้นในสถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้เข้าถึงกลุ่มเยาวชน โดยผู้ที่สนใจรับคำปรึกษาด้านสุขภาพจิต สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323 หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อดูแลสุขภาวะทางใจได้อย่างเหมาะสม

กรุงเทพประกันภัย เดินหน้าสร้างผลประกอบการแข็งแกร่งต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงรอบด้าน คาดสิ้นปี 2568 ยังคงสร้างผลกำไรตามคาดหมายไว้

กรุงเทพประกันภัย เดินหน้าสร้างผลประกอบการแข็งแกร่งต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงรอบด้าน คาดสิ้นปี 2568 ยังคงสร้างผลกำไรตามคาดหมายไว้

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจปี 2568 ว่า ปีนี้นับเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายและความผันผวนในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง กำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง ประกอบกับภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการในประเทศยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะ China Shock เมื่อสินค้าจีนราคาถูกทะลักเข้าสู่ตลาด ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) จำนวนมากต้องเผชิญความยากลำบากในการแข่งขัน นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2% สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและไม่เติบโตตามที่ควรจะเป็น ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนธุรกิจ รวมถึงธุรกิจประกันภัยด้วยเช่นกัน โดยภาพรวมปี 2568 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตประมาณ 2% หลังจากครึ่งปีแรกขยายตัวราว 3% ขณะที่อุตสาหกรรมประกันภัยในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตประมาณ 3% และทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวในกรอบ 1.5% - 2.5% จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่กล่าวมาข้างต้น กรุงเทพประกันภัยจึงได้ปรับเป้าหมายการเติบโตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แม้ว่าภาพรวมในปีนี้เบี้ยประกันภัยรับรวมอาจจะไม่สามารถขยายตัวได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่บริษัทฯ ยังคงมุ่งดำเนินงานในทิศทางที่กำหนดไว้ และมั่นใจว่าจะสามารถรักษามาตรฐานด้านผลประกอบการได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ากำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานในปี 2568 จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาและเป็นไปตามที่คาดหมายไว้ สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 นี้ คาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ อย่างโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะช่วยเพิ่มการใช้จ่ายในประเทศ ทั้งการเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ การขยายตัวของเบี้ยประกันภัยประเภทอื่นๆ ที่จะมีเข้ามา เช่น ประกันภัยทรัพย์สิน และศูนย์ข้อมูล Data Center ฯลฯ ตลอดจนบริษัทฯ มีการบริหารจัดการด้านประกันภัยรถยนต์ที่ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ “ไม่แข่งขันด้านราคา” และให้ความสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบและสมดุล ซึ่งจุดแข็งของเราคือการให้บริการที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้จะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เบี้ยประกันภัยรับรวมของบริษัทฯ ในสิ้นปี 2568 อยู่ที่ราว 32,500 ล้านบาท ด้านการประเมินความเสียหายในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนส่วนใหญ่ในประกันอัคคีภัยบ้านอยู่อาศัยและห้องชุด รวมถึงประกันภัยทรัพย์สิน ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยได้บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดสรรประกันภัยต่อ (Reinsurance) ที่ครอบคลุมมากกว่า 95% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ส่งผลให้บริษัทฯ รับผิดชอบโดยตรงเพียงประมาณ 100 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่เหลือได้รับการคุ้มครองจากประกันภัยต่อ ส่วนกรณีความเสียหายจากการทรุดตัวของถนนสามเสน บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการประเมินความเสียหายทั้งในส่วนทรัพย์สินบุคคลภายนอกและความเสียหายของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งบริษัทกรุงเทพประกันภัยได้เข้าร่วมรับประกันภัย 40% ของมูลค่ารวม ดังนั้น เมื่อสามารถสรุปความเสียหายได้แล้ว บริษัทฯ จะชดใช้ความเสียหายตามสัดส่วนที่รับประกันภัยไว้ แต่ทั้งนี้ จะไม่ได้มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการของบริษัทฯ เนื่องจากกรุงเทพประกันภัยได้จัดสรรการประกันภัยต่อออกไปกว่า 99% ซึ่งบริษัทฯ จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า 1% ของมูลค่าความเสียหายรวมที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันภาคธุรกิจประกันภัยยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติและอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดทำให้บริษัทฯ ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในการคัดเลือกการรับประกันภัย พร้อมกับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบและเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้เอาประกันภัยในระยะยาว

กรุงเทพประกันภัยรับประกาศเกียรติคุณจากสภากาชาดไทย สานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้และสนับสนุนการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพประกันภัยรับประกาศเกียรติคุณจากสภากาชาดไทย สานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้และสนับสนุนการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับใบประกาศเกียรติคุณชั้นที่ 2 จากสภากาชาดไทย ในฐานะองค์กรที่ให้การสนับสนุนและความร่วมมือในการจัดหาผู้บริจาคโลหิตเป็นหมู่คณะอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการบริจาคโลหิตมาตั้งแต่ปี 2531 และจัดกิจกรรมทุก 3 เดือน เพื่อสนับสนุนการสำรองโลหิตให้เพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ถือเป็นการต่อชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคม ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ด้วยการเชิญชวนผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต รวมถึงการบริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทย อันเป็นการสืบสานเจตนารมณ์แห่งการให้และการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง

กรุงเทพประกันภัยพัฒนาแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance เพิ่มฟีเจอร์พร้อมยกระดับการให้บริการด้านประกันภัยให้ลูกค้าสะดวกและอุ่นใจทุกย่างก้าว

กรุงเทพประกันภัยพัฒนาแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance เพิ่มฟีเจอร์พร้อมยกระดับการให้บริการด้านประกันภัยให้ลูกค้าสะดวกและอุ่นใจทุกย่างก้าว

กรุงเทพประกันภัยตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านประกันวินาศภัย ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance พร้อมฟีเจอร์การบริการประกันภัยที่หลากหลาย ทั้งบริการข้อมูลกรมธรรม์ แจ้งเคลม ต่ออายุกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัย ตรวจสภาพรถ ลดหย่อนภาษี ค้นหาอู่และโรงพยาบาล พร้อมบริการแจ้งเตือน (Reminder) เฉพาะบุคคล ให้ลูกค้าสามารถจัดการประกันภัยได้ง่ายๆ สะดวก รวดเร็ว รองรับทั้งระบบ iOS และ Android บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) พัฒนาแอปพลิเคชันในชื่อ Bangkok Insurance ภายใต้แนวคิด One-Stop Pocket Service ดูแลแบบใกล้ชิดทุกที่ทุกเวลา เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางการให้บริการด้านประกันภัยที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิทัล ด้วยระบบเทคโนโลยีอันทันสมัยและฟีเจอร์ที่หลากหลายให้ลูกค้าสามารถจัดการเรื่องประกันภัยได้ง่ายๆ สะดวก รวดเร็ว พร้อมความอุ่นใจเหมือนมีผู้ช่วยดูแลทุกย่างก้าว ดังนี้ • ดูข้อมูลกรมธรรม์ ทั้งระยะเวลาความคุ้มครอง ประวัติเคลม หรือดาวน์โหลดตารางกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) ได้อย่างสะดวก • แจ้งเคลม พร้อมติดตามสถานะเคลมสินไหมทดแทนทั้งประกันภัยรถยนต์และประกันภัยอื่นๆ - เคลมประกันภัยรถยนต์ เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ สามารถส่งพิกัดแจ้งสถานที่เกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุดให้การช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว หากรถเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี ความเสียหายไม่รุนแรงและไม่ประสงค์รอเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่เกิดเหตุ สามารถแจ้งเคลมภายหลังผ่านแอปพลิเคชันได้ เพียงกรอกข้อมูลพร้อมแนบรูปความเสียหายของรถยนต์ โดยเลือกวิธีการอัปโหลดรูปด้วยตนเองหรือทำรายการผ่านระบบวิดีโอคอลกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นรอรับหลักฐานการแจ้งซ่อมเพื่อนำรถเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมต่อไป - เคลมประกันภัยอื่นๆ เช่น ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ ประกันภัยโรคร้ายแรง ประกันภัยการเดินทางในประเทศและต่างประเทศ ประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัยและร้านค้า ประกันภัยไซเบอร์ ประกันภัยโดรน เพียงกรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสารประกอบการเคลม เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเคลม • ต่ออายุกรมธรรม์ได้อย่างสะดวก พร้อมชำระเบี้ยประกันภัยได้อย่างปลอดภัย ผ่านช่องทางบัตรเครดิต/บัตรเดบิต แอปพลิเคชันธนาคาร ไลน์เพย์ และคิวอาร์โค้ด • ตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย โดยลูกค้าสามารถถ่ายรูปตรวจสภาพรถด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอนัดหมายเจ้าหน้าที่ • ลดหย่อนภาษี สำหรับลูกค้าที่ต้องการแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประจำปี พร้อมขอเอกสารรับรองการหักลดหย่อนภาษีค่าเบี้ยประกันภัย โดยสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ผ่านแอปพลิเคชัน • ค้นหาอู่/ศูนย์ซ่อมรถยนต์และโรงพยาบาลในสัญญาที่มีครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ • การแจ้งเตือน (Reminder) เฉพาะบุคคล เพื่อให้ไม่พลาดทุกธุรกรรมสำคัญ เช่น ต่ออายุกรมธรรม์เมื่อใกล้ครบกำหนด การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประจำปี ฯลฯ ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน Bangkok Insurance ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกรุงเทพประกันภัยในความมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อการส่งมอบการบริการและประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ด้วยการผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล พร้อมมอบความอุ่นใจให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดทุกที่ทุกเวลา สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Bangkok Insurance ได้แล้ววันนี้ทั้งในระบบ iOS และ Android สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2285 8888

กรุงเทพประกันภัยเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารบริษัทนายหน้าประกันภัยและบริษัทประกันภัยชั้นนำจากเวียดนาม เยี่ยมชมระบบเทคโนโลยีการเคลมรถยนต์ที่อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและคู่ค้า

กรุงเทพประกันภัยเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารบริษัทนายหน้าประกันภัยและบริษัทประกันภัยชั้นนำจากเวียดนาม เยี่ยมชมระบบเทคโนโลยีการเคลมรถยนต์ที่อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและคู่ค้า

นางสาวลสา โสภณพนิช (กลาง) ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร Aon Reinsurance Solutions บริษัทนายหน้าประกันภัยประจำสำนักงานในประเทศเวียดนาม และ Sai Gon - Ha Noi Insurance Corporation หรือ BSH บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำในประเทศเวียดนาม ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมการทำงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสินไหมทดแทนยานยนต์ที่บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีระบบ Quick Assignment มาใช้ในการค้นหาเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดเพื่อเดินทางไปให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว จนถึงขั้นตอนการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน อีกทั้งยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยของทั้ง 3 องค์กร ซึ่งนับเป็นเกียรติของบริษัทฯ เป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ยังได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์กรุงเทพประกันภัยที่รวบรวมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ชิ้น ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย เมื่อเร็วๆ นี้

กรุงเทพประกันภัยคว้า 2 รางวัลใหญ่ บริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น และบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น

กรุงเทพประกันภัยคว้า 2 รางวัลใหญ่ บริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น และบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น

กรุงเทพประกันภัยตอกย้ำความสำเร็จคว้า 2 รางวัลสุดยอดบริษัทประกันภัยดีเด่น จากสำนักงาน คปภ. รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น ติดต่อกันต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับ 2 รางวัลใหญ่ รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น และรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2567 จากงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร - Prime Minister’s Insurance Awards 2025 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยได้รับเกียรติจากนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานในพิธี เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร ณ ห้องบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เอวัน โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน (ESG) ครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านบรรษัทภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการผสมผสานแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับกลยุทธ์ของการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งมีการกำหนดนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจน ดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ยึดมั่นในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีคุณภาพ โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนในสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาองค์กร เศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน รวมถึงให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม ทั้งด้านกระบวนการดำเนินงานและผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ยังมีการกำหนดเป้าหมายระยะยาวด้าน ESG ที่ต้องบรรลุภายในปี 2573 ทั้งสิ้น 17 เป้าหมาย โดยตลอดปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการดำเนินกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายระยะยาวที่ตั้งไว้ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากการประเมินการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทประกันวินาศภัย ไม่เพียงเท่านี้ บริษัทฯ ยังได้รับรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2567 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นพัฒนาเเละออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อยหรือไมโครอินชัวรันส์อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนนโยบายและกรอบการพัฒนาของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีการปรับความคุ้มครองของกรมธรรม์ให้เข้าใจง่าย กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยที่สอดคล้องกับความต้องการในราคาที่จับต้องได้ พร้อมยกระดับคุณภาพการบริการด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และยังได้รับความร่วมมือที่ดีจากคู่ค้าและพันธมิตรในการขยายช่องทางการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อยให้ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงการทำประกันภัยได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง เป็นการสนับสนุนให้การประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สิน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่สังคมและเศรษฐกิจต่อไป รางวัลที่กรุงเทพประกันภัยได้รับในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยมากว่า 78 ปีตามแนวทางการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยมีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมทั้งมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ เเละเทคโนโลยีให้ทันสมัย สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้มีหลักประกันเป็นความอุ่นใจในการดำเนินชีวิต สอดคล้องกับวิสัยทัศน์มุ่งเป็นที่สุดในใจลูกค้าที่บริษัทฯ ยึดมั่นมาโดยตลอด

BKIH ยืนหยัดความแข็งแกร่ง 6 เดือนแรก ปี 2568 ทำกำไร 1,549.5 ล้านบาท จากที่บริษัทลูก BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 15,735.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% และมีกำไรกว่า 1,544 ล้านบาท

BKIH ยืนหยัดความแข็งแกร่ง 6 เดือนแรก ปี 2568 ทำกำไร 1,549.5 ล้านบาท จากที่บริษัทลูก BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 15,735.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% และมีกำไรกว่า 1,544 ล้านบาท

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 (เม.ย.-มิ.ย.) มีกำไรสุทธิ 978.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.5 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 9.19 บาท สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2568 บีเคไอ โฮลดิ้งส์ มีรายได้จากการประกันภัย 15,735.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,549.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15.6 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 14.55 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่ 2 ปี 2568 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 3.75 บาท ในวันที่ 5 กันยายน 2568 และเมื่อรวมกับเงินปันผลไตรมาสที่ 1 เท่ากับจ่ายเงินปันผล 6 เดือนแรกของปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้น 7.50 บาทต่อหุ้น ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของบีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 (เม.ย.-มิ.ย.) มีรายได้จากการประกันภัย 7,593.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 และมีค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยสุทธิ 6,946.5 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย 646.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.4 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สำหรับรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 453.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.4 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,117.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 980.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.6 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 9.21 บาท โดยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2568 มีรายได้จากการประกันภัย 15,735.7 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 และมีรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 893.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นแล้ว ทำให้กรุงเทพประกันภัยมีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,782.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13.8 และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสำหรับงวด 1,544.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16.3 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 14.51 บาท

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ คว้ารางวัลเกียรติยศบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน Money & Banking Awards 2025 อย่างโดดเด่น

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ คว้ารางวัลเกียรติยศบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน Money & Banking Awards 2025 อย่างโดดเด่น

บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี หมวดธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต (Best Public Company of the Year 2025 - INSUR Sector) ในพิธีมอบรางวัล Money & Banking Awards 2025 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร โดยได้รับเกียรติจากดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วยนายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานการจัดงาน Money & Banking Awards ร่วมมอบรางวัลและแสดงความยินดีแก่ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บีเคไอ โฮลดิ้งส์ ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 สำหรับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปีดังกล่าว ถือเป็นรางวัลเกียรติยศเพื่อยกย่องบริษัทจดทะเบียนหลักทรัพย์ในประเทศไทย ที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมในรอบปี ซึ่งบีเคไอ โฮลดิ้งส์ ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมในหมวดธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิต สะท้อนถึงความสำเร็จของผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างโดดเด่น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นอย่างดี โดย BKIH มีบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักด้วยการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งกระบวนการทำงานและการให้บริการที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและคู่ค้า สามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ยึดหลักการสร้างดุลยภาพในการขยายงานควบคู่กับการรักษามาตรฐานผลประกอบการภายใต้การทำงานที่โปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี อีกทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กรุงเทพประกันภัยจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และทักษะด้าน AI พร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีให้พนักงานก้าวทันนวัตกรรมยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Work Smart with AI

กรุงเทพประกันภัยจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และทักษะด้าน AI พร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีให้พนักงานก้าวทันนวัตกรรมยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Work Smart with AI

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยี AI เพื่อต่อยอดในการทำงาน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด Work Smart with AI ที่รวบรวมเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ มาจัดแสดง โดยมี ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยนางสาวลสา โสภณพนิช และนางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ ร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัทฯ เข้าร่วมงานและให้การต้อนรับผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Google Cloud, Microsoft, Amazon Web Services (AWS), Oracle, Salesforce, Moody’s, Newgen Software, ServiceNow, Aurionpro และ Automat Consulting ที่มาร่วมออกบูทแสดงนวัตกรรมและโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ พร้อมอัปเดตนวัตกรรมทันสมัยเพื่อให้พนักงานนำไปต่อยอดพัฒนากระบวนการทำงานในหน่วยงานต่างๆ และสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจให้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568

กรุงเทพประกันภัยได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

กรุงเทพประกันภัยได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมาย “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” (Carbon Footprint for Organization หรือ CFO) ในพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 พิธีมอบประกาศนียบัตรดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณองค์กรต่างๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยกรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านการจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่สนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อร่วมรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

กรุงเทพประกันภัยเร่งจ่ายเคลมสินไหมจากเหตุแผ่นดินไหว สร้างความเชื่อมั่นด้วยการดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่

กรุงเทพประกันภัยเร่งจ่ายเคลมสินไหมจากเหตุแผ่นดินไหว สร้างความเชื่อมั่นด้วยการดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง รวมไปถึงธุรกิจประกันภัย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นค่อนข้างสูง โดยภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ 18 จังหวัด จนถึงปัจจุบันคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 18,000 - 20,000 ล้านบาท และธุรกิจประกันภัยมีจำนวนการรับแจ้งเคลมสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นกว่า 120,000 เคลม สำหรับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ในทุกสถานการณ์ โดยดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เปิดเผยว่าข้อมูล ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2568 บริษัทฯ มีการสำรองค่าสินไหมทดแทน (Loss Reserve) ราว 3,000 ล้านบาท จากการแจ้งเคลมเหตุแผ่นดินไหวจำนวนทั้งสิ้นกว่า 19,000 เคลม ซึ่งประเภทประกันภัยที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมากที่สุดคือประกันอัคคีภัยบ้านอยู่อาศัยและห้องชุด ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อย คิดเป็นสัดส่วน 87% ของจำนวนเคลมทั้งหมด โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้เร่งรัดกระบวนการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างต่อเนื่องให้เร็วที่สุด และสามารถดำเนินการจ่ายเคลมไปแล้วกว่า 40% ของจำนวนเคลมทั้งหมด ขณะเดียวกัน เนื่องจากมีการเเจ้งเคลมเข้ามาเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลให้กระบวนการดำเนินงานพิจารณาค่าสินไหมทดแทนเกิดความล่าช้า จากการส่งเอกสารประกอบการเคลมไม่ครบถ้วน ขั้นตอนการประสานงานกับนิติบุคคลของอาคารชุด การเข้าสำรวจและประเมินความเสียหายภายในห้องพัก ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากบริษัทสำรวจภัยที่ไม่เพียงพอกับปริมาณเคลม รวมถึงการประเมินราคาค่าซ่อมความเสียหายจากผู้รับเหมาบางแห่งที่สูงกว่าราคาค่าซ่อมแซมตามมาตรฐาน จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการประเมิน ตรวจสอบ และพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการปรับขั้นตอนการบริหารจัดการเคลมร่วมกับการระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานภายในให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อเร่งดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ลูกค้าโดยเร็ว โดยคาดว่าบริษัทฯ จะสามารถจ่ายเคลมให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้เกือบทั้งหมดภายในเดือนสิงหาคม 2568 นอกจากนี้ ยังเกิดความล่าช้าสำหรับกรณีอาคารชุดที่นิติบุคคลทำประกันภัยไว้กับบริษัทหนึ่ง ในขณะที่เจ้าของห้องชุดมีการทำประกันภัยเพิ่มไว้กับอีกบริษัทหนึ่ง จึงต้องมีขั้นตอนการแบ่งส่วนความรับผิดชอบของค่าเสียหายที่ยอมรับได้จากทุกบริษัทที่ร่วมรับประกันภัย อย่างไรก็ตาม กรุงเทพประกันภัยมุ่งมั่นดำเนินการในทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบและโปร่งใส เพื่อดูแลลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด พร้อมยืนหยัดด้วยความมั่นคงทางการเงิน ด้วยเงินทุน กองทุน และสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง โดยขอยืนยันว่าจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัทฯ เนื่องจากมีการจัดสรรประกันภัยต่อ (Reinsurance) ครอบคลุมมากกว่า 95% ของความเสียหายทั้งหมด และยังคงสามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพประกันภัยคว้ารางวัล Quality Choice Prize จาก ESQR ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคุณภาพมาตรฐานระดับสากล

กรุงเทพประกันภัยคว้ารางวัล Quality Choice Prize จาก ESQR ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคุณภาพมาตรฐานระดับสากล

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัล Quality Choice Prize จากพิธีมอบรางวัล Quality Choice Prize 2025 จัดโดย European Society for Quality Research (ESQR) ณ เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 รางวัล Quality Choice Prize ถือเป็นรางวัลระดับนานาชาติที่มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการคุณภาพ การดำเนินงานตามมาตรฐานสากล และมีความสามารถในการปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของกรุงเทพประกันภัยในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และรักษามาตรฐานคุณภาพการบริการที่เป็นเลิศให้แก่ลูกค้า โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ เคยได้รับรางวัลจาก ESQR ได้แก่ รางวัล Best Quality Leadership Awards รางวัล European Award for Best Practices และรางวัล Quality Achievements Awards

BKIH ไตรมาส 1 ปี 2568 ทำกำไร 571.4 ล้านบาท ไฟเขียวจ่ายปันผล 3.75 บาทต่อหุ้น ผลจากบริษัทลูก BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 8,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2%

BKIH ไตรมาส 1 ปี 2568 ทำกำไร 571.4 ล้านบาท ไฟเขียวจ่ายปันผล 3.75 บาทต่อหุ้น ผลจากบริษัทลูก BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 8,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2%

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 (ม.ค.-มี.ค.) มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 571.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 30.5 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 5.37 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่ 1 ปี 2568 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 3.75 บาท ในวันที่ 6 มิถุนายน 2568 โดยปัจจุบันบีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) มีบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักคือ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ที่ยังคงรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้เป็นอย่างดีแม้ภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัว โดยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 (ม.ค.-มี.ค.) กรุงเทพประกันภัยมีรายได้จากการประกันภัย 8,142.7 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 และมีค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยสุทธิ 7,832.9 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย 309.8 ล้านบาท ลดลง 266.8 ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 46.3 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 576.6 ล้านบาท สำหรับรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 440.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.7 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้กรุงเทพประกันภัยมีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 665.1 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 30.2 และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 564.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 31.9 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 5.30 บาท บีเคไอ โฮลดิ้งส์และบริษัทย่อย ยึดมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตด้วยความมั่นคง สร้างความเชื่อมั่นด้วยฐานะการเงินที่ แข็งแกร่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ตลอดจนมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2

บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2 นำโดย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน (กลาง) กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมจากมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยคณะกรรมการ (จากซ้ายไปขวา) นายกองเอกเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และนายสิงห์ ตังทัตสวัสดิ์ กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหา โดยที่ประชุมฯ มีมติอนุมัติเห็นชอบทุกวาระการประชุมตามที่คณะกรรมการเสนอ ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย สำนักงานใหญ่ ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568

BKIH เผยผลประกอบการปี 2567 ทำกำไร 3,046.2 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอัตราหุ้นละ 17 บาท

BKIH เผยผลประกอบการปี 2567 ทำกำไร 3,046.2 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอัตราหุ้นละ 17 บาท

บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2567 (ม.ค.-ธ.ค.) บริษัทฯ มีรายได้รวม 23,422.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการรับประกันภัย 21,481.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 และมีรายได้จากการลงทุน 1,940.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.0 โดยมีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,854.8 ล้านบาท และรายได้สุทธิจากการลงทุนเท่ากับ 1,802.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.7 ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 3,657.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 3,046.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 28.61 บาท สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2567 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วอัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 5.75 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 17 บาท โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ร้อยละ 5.84

กรุงเทพประกันภัย ตั้งเป้าปี 2568 เบี้ยฯ 34,200 ล้านบาท เติบโต 8% เสริมศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัล

กรุงเทพประกันภัย ตั้งเป้าปี 2568 เบี้ยฯ 34,200 ล้านบาท เติบโต 8% เสริมศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัล

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2567 (ม.ค.-ธ.ค.) บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 31,736.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว 1,871.0 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.6 ส่วนกำไรจากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 1,799.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.5 ทำให้บริษัทฯ มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 3,670.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 และมีกำไรสุทธิ 3,059.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 28.74 บาท และบริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินในระดับสูงหรือ Credit Rating A- (Stable) (ณ ต.ค. 67) โดย Standard & Poor’s (S&P) สถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 นี้ จะเป็นก้าวย่างครั้งสำคัญที่จะสร้างโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมยกระดับองค์กรให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ภายใต้แนวคิด Distinguished Excellence มุ่งสร้างความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ควบคู่กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริการที่ตรงใจ นำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และความสามารถรอบด้าน สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าหมายด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 34,200 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 8.0 แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 14,700 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่ประกันภัยรถยนต์หรือ Non-Motor 19,500 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านความสะดวก รวดเร็ว และความพึงพอใจสูงสุดในทุกการบริการ

ชัย โสภณพนิช เตรียมความพร้อมให้ ชวาล-ลสา โสภณพนิช สืบทอดธุรกิจ พร้อมสานความสำเร็จของกรุงเทพประกันภัยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง

ชัย โสภณพนิช เตรียมความพร้อมให้ ชวาล-ลสา โสภณพนิช สืบทอดธุรกิจ พร้อมสานความสำเร็จของกรุงเทพประกันภัยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง

นับเป็นเวลากว่า 7 ทศวรรษที่กรุงเทพประกันภัยยืนหยัดเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภค การพัฒนาของเทคโนโลยี และการแข่งขันที่เข้มข้นบริษัทฯ ได้มีการปรับทิศทางกลยุทธ์ ยกระดับพัฒนาบุคลากร และปรับโครงสร้างการบริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและแข็งแกร่ง นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เตรียมพร้อมให้ 2 ทายาท นายชวาล โสภณพนิช และนางสาวลสา โสภณพนิช สืบทอดธุรกิจในการบริหารกรุงเทพประกันภัย ด้วยการส่งเสริมให้เรียนรู้และการสั่งสมประสบการณ์ในทุกมิติขององค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมสานต่อภารกิจพัฒนาบริษัทฯ ให้เติบโตไปข้างหน้า เป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญเพื่อก้าวเข้าสู่ “กรุงเทพประกันภัยยุคใหม่” โดยยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “มุ่งเป็นที่สุดในใจลูกค้า” ท่ามกลางความท้าทายในธุรกิจประกันภัย เมื่อช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา กรุงเทพประกันภัยมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง นายชวาล โสภณพนิช ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer: COO) ดูแลและพัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารแบรนด์องค์กร งานบริการลูกค้า การบริหารสินไหมทดแทนยานยนต์ รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพตลอดจนได้รับความไว้วางใจกับอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญคือการดูแลมูลนิธิกรุงเทพประกันภัยที่นายชัยโสภณพนิช ให้ความใส่ใจอย่างยิ่งในการให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ที่ขาดโอกาสทางสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เส้นทางการทำงานของนายชวาลกับกรุงเทพประกันภัย เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2547 โดยตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมาได้สั่งสมประสบการณ์ในด้านการบริหารงานธุรกิจลูกค้ารายย่อย การบริหารทรัพยากรบุคคล การสื่อสารองค์กร และการบริการลูกค้า หลังจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Rochester และได้รับประกาศนียบัตรด้านบริหารความเสี่ยงและการประกันภัยจาก St. John’s University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในบทบาทใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้องค์กร วางระบบการบริหารจัดการภายในบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาสวัสดิการและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์กรุงเทพประกันภัยให้ครองใจผู้บริโภคและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรและการให้บริการลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความพึงพอใจสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของกรุงเทพประกันภัยในยุคใหม่ คือ นางสาวลสา โสภณพนิช ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ (President) ดูแลและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งขยายการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า ซึ่งจะมุ่งเน้นดูแลในส่วนธุรกิจนายหน้า ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจลูกค้ารายย่อย ฝ่ายบริหารสัญญาประกันภัยต่อ รวมถึงสำนักการลงทุน ซึ่งล้วนเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพประกันภัยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง นางสาวลสาเริ่มงานกับกรุงเทพประกันภัยตั้งแต่ปี 2554 และสั่งสมประสบการณ์การบริหารงานในหลากหลายด้าน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นในด้านการบริหารธุรกิจนายหน้าและการบริหารสัญญาประกันภัยต่อ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก Columbia University และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน International Relations & Chinese จาก Wellesley College ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังได้รับประกาศนียบัตรด้านการประกันภัยจาก The Chartered Insurance Institute (CII) ซึ่งช่วยเสริมรากฐานความรู้และความเข้าใจเชิงลึกในธุรกิจประกันภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยความเข้าใจในโครงสร้างธุรกิจและแนวโน้มตลาดประกันภัย นางสาวลสาให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายพันธมิตร การพัฒนาทีมงานให้แข็งแกร่ง และสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่ช่วยให้หน่วยงานธุรกิจต่างๆ สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด แต่โอกาสขยายตัวของธุรกิจประกันภัยยังมีอีกมาก และกรุงเทพประกันภัยพร้อมที่จะก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงเช่นกัน นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของกรุงเทพประกันภัย ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่พร้อมนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยการมีเงินทุน เงินกองทุน และสินทรัพย์ที่มั่นคง มีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจให้ก้าวทันโลกปัจจุบัน ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล การบริหารงานอย่างมีจริยธรรม คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อสานต่อความสำเร็จและส่งต่อความมั่นคงให้กรุงเทพประกันภัยเติบโตอย่างยั่งยืน

กรุงเทพประกันภัยต่อยอดการช่วยเหลือสังคม นำเบี้ยประกันภัยโรคมะเร็งส่วนหนึ่งมอบให้แก่องค์กรการกุศล

กรุงเทพประกันภัยต่อยอดการช่วยเหลือสังคม นำเบี้ยประกันภัยโรคมะเร็งส่วนหนึ่งมอบให้แก่องค์กรการกุศล

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการพิเศษเพื่อสังคมนำเบี้ยประกันภัยโรคมะเร็งส่วนหนึ่งบริจาคเงินให้แก่องค์กรการกุศล โดยเมื่อลูกค้าซื้อกรมธรรม์ประกันภัยโรคมะเร็ง บริษัทฯ จะหักเบี้ยประกันภัยจำนวน 50 บาทต่อกรมธรรม์ มอบให้แก่ชมรมผู้ไร้กล่องเสียงรามาธิบดี เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงทั้งก่อนและหลังผ่าตัดให้เกิดการปรับตัวกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น พร้อมเสริมสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิต โดยมีระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2568 ลูกค้าสามารถซื้อประกันภัยโรคมะเร็งที่กำหนดผ่านช่องทางดังนี้ - ประกันภัยโรคมะเร็งซูเปอร์เซฟ ซื้อผ่านบริษัทฯ โดยตรงได้ที่โทร. 0 2285 8888 / เว็บไซต์บริษัทฯ bangkokinsurance.com / LINE @bangkokinsurance รวมถึงสาขากรุงเทพประกันภัย และ BKI Care Station จุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ - ประกันภัยโรคมะเร็ง CA 1st ซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพ ทั้งนี้ การทำประกันภัยโรคมะเร็ง นอกจากลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์แล้ว เบี้ยประกันภัยยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีในหมวดประกันสุขภาพได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด สำหรับโครงการพิเศษดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องจากปี 2567 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการให้ลูกค้ามีส่วนร่วมบริจาคเงินให้องค์กรการกุศล โดยนอกจากประกันภัยโรคมะเร็งแล้ว เมื่อซื้อประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล PA Holiday แผน 3 กรมธรรม์ใหม่ ผ่านเว็บไซต์บริษัทฯ สามารถเลือกการบริจาคเงินจำนวน 300 บาท แทนการรับของสมนาคุณ โดยมอบให้แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลศิริราช และชมรมผู้ไร้กล่องเสียงรามาธิบดี

กรุงเทพประกันภัยเปิดบ้านต้อนรับคณะกรรมการและผู้บริหาร RICB บริษัทประกันภัยชั้นนำในประเทศภูฏาน

กรุงเทพประกันภัยเปิดบ้านต้อนรับคณะกรรมการและผู้บริหาร RICB บริษัทประกันภัยชั้นนำในประเทศภูฏาน

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารของบริษัทฯ ให้การต้อนรับคณะกรรมการและคณะผู้บริหารจาก The Royal Insurance Corporation of Bhutan Limited (RICB) ประเทศภูฏาน ในโอกาสเยี่ยมชมบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างทั้งสององค์กร โดยให้ความสนใจข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การนำ AI มาใช้ในการให้บริการแก่ลูกค้าในยุคดิจิทัล รวมถึงการดูงานศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุของฝ่ายสินไหมทดแทนยานยนต์ ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568

กรุงเทพประกันภัยจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ลูกค้าเพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของการกำหนดทุนประกันภัยอย่างเหมาะสม

กรุงเทพประกันภัยจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ลูกค้าเพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของการกำหนดทุนประกันภัยอย่างเหมาะสม

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้ความใส่ใจในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า จัดงานสัมมนาในหัวข้อความสำคัญของการกำหนดทุนประกันภัยที่เหมาะสม โดยนางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ ให้การต้อนรับและกล่าวเปิดการสัมมนาในครั้งนี้ พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ นายชัยยศ ซุ่นฮ้อ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายสินไหมทดแทน นายอัชฌวศิน เจริญสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธุรกิจลูกค้าองค์กร และนายปุญญกานต์ ตั้งบุญญศิลป์ ผู้จัดการ ฝ่ายสินไหมทดแทน ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการรับประกันภัย รายละเอียดวิธีการทำงาน และเงื่อนไขการกำหนดทุนประกันภัยที่เหมาะสมสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินและกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย รวมถึงตัวอย่างกรณีศึกษาการเคลมสินไหมทดแทน เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับความรู้ความเข้าใจและนำไปใช้ในการกำหนดทุนประกันภัยทรัพย์สินในองค์กรอย่างเหมาะสม โดยมีเจ้าหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมสัมมนา ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568

BKIH ได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ระดับสูงสุด AAA ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

BKIH ได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ระดับสูงสุด AAA ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH เปิดเผยว่า นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างต่อเนื่องที่บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Ratings) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2567 ได้รับผลการประเมินในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดติดต่อกัน 2 ปี (ปี 2566 และปี 2567) อีกทั้งยังได้รับผลคะแนนรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน โดยการประเมินในภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามกระบวนการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) รวมถึงมีคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียนตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด โดยผลการดำเนินงานด้าน ESG ของบีเคไอ โฮลดิ้งส์ ที่มีความโดดเด่นด้านการมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง ด้วยการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล ให้ความใส่ใจในการบริหารจัดการที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อชุมชนรอบข้าง สังคม ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นอย่างดี รวมถึงมีแนวทางการดำเนินงานและการบริหารจัดการที่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถทางการแข่งขันและการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและรับผิดชอบต่อลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

กรุงเทพประกันภัยยึดมั่นองค์กรโปร่งใส รับประกาศนียบัตรรับรองจาก CAC

กรุงเทพประกันภัยยึดมั่นองค์กรโปร่งใส รับประกาศนียบัตรรับรองจาก CAC

กรุงเทพประกันภัย โดยคุณปวีณา จูชวน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบประกาศนียบัตรรับรองการเป็นสมาชิกของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action against Corruption: CAC) จาก รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ กรรมการให้การรับรองแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ในงาน CAC Certification Ceremony 2/2024 “Navigating ESG: The Power of Integrity” ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 กรุงเทพประกันภัยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา จากการที่บริษัทฯ ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์ โปร่งใส และให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ ที่คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือเป็นแนวปฏิบัติในการทำงาน

กรุงเทพประกันภัยประกาศแต่งตั้งคณะผู้บริหาร เสริมแกร่งการดำเนินธุรกิจ

กรุงเทพประกันภัยประกาศแต่งตั้งคณะผู้บริหาร เสริมแกร่งการดำเนินธุรกิจ

กรุงเทพประกันภัยประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรและยกระดับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ดังนี้ 1. คุณชวาล โสภณพนิช ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer: COO) ดูแลและพัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานภายในบริษัทฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมถึงด้านสินไหมทดเเทนยานยนต์ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารเเบรนด์องค์กร งานบริการลูกค้าและบริการกรมธรรม์ รวมถึงดูแลด้านการส่งเสริมพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ โดยคุณชวาลเริ่มงานกับกรุงเทพประกันภัยตั้งแต่ปี 2547 มีประสบการณ์ในการบริหารงานธุรกิจลูกค้ารายย่อย การบริหารทรัพยากรบุคคล การสื่อสารองค์กร และการบริการลูกค้า 2. คุณลสา โสภณพนิช ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ (President) ดูแลและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขยายการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมส่งมอบความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า ซึ่งจะมุ่งเน้นดูแลในส่วนธุรกิจนายหน้า ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจลูกค้ารายย่อย ฝ่ายบริหารสัญญาประกันภัยต่อ รวมถึงสำนักการลงทุน โดยคุณลสาเริ่มงานกับกรุงเทพประกันภัยตั้งแต่ปี 2554 มีประสบการณ์โดดเด่นด้านการบริหารงานธุรกิจนายหน้าและการบริหารสัญญาประกันภัยต่อ 3. คุณปวีณา จูชวน ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ (President) บริหารงานและพัฒนากลยุทธ์ในด้านธุรกิจลูกค้าองค์กร ธุรกิจสาขา งานบริหารความเสี่ยงองค์กร และสำนักประเมินความเสี่ยงภัย เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยความปลอดภัยและมีคุณภาพ รวมถึงดูแลในส่วนการออกเเบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน สำหรับคุณปวีณาเริ่มงานกับกรุงเทพประกันภัยตั้งแต่ปี 2535 มีประสบการณ์ที่โดดเด่นด้านธุรกิจลูกค้าองค์กรและการบริหารจัดการความเสี่ยง กรุงเทพประกันภัยมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ยึดมั่นในการบริหารจัดการที่ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ควบคู่กับการดูแลใส่ใจในทุกความต้องการของลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ยกระดับนวัตกรรมการบริการที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย สร้างความเชื่อมั่นด้วยการมีเงินทุน เงินกองทุน สินทรัพย์ที่มั่นคงและแข็งแกร่ง พร้อมขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

BKIH เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2567 รายได้รวม 17,344.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%

BKIH เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2567 รายได้รวม 17,344.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%

บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2567 (ม.ค.-ก.ย.) มีรายได้รวม 17,344.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.0 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการรับประกันภัย 15,917.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 จากรายได้จากการรับประกันภัยยานยนต์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการลงทุน 1,427.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.8 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลรับและดอกเบี้ยรับ ด้านกำไรสุทธิเท่ากับ 2,277.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 10.5 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 21.39 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ครั้งที่ 1 สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 11.25 บาท ซึ่งได้จ่ายเงินปันผลแล้วเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

กรุงเทพประกันภัยรับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ประจำปี 2567

กรุงเทพประกันภัยรับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ประจำปี 2567

กรุงเทพประกันภัยได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2567 ระดับประเทศ ปีที่ 6 ประเภทไม่มีสหภาพแรงงาน กลุ่มสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ จัดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน จากการที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการที่มีมาตรฐานและเหมาะสม และมีการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและปลอดภัย รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจ และสร้างความเติบโตให้แก่องค์กรอย่างยั่งยืน

กรุงเทพประกันภัยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ A- (Stable)

กรุงเทพประกันภัยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ A- (Stable)

กรุงเทพประกันภัยครองอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน จาก Standard & Poor’s หรือ S&P สถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก จัดอันดับความน่าเชื่อถือให้บริษัทฯ อยู่ที่ระดับ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของบริษัทฯ ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable) (ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันวินาศภัยที่ยังคงครองความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ด้วยเงินกองทุนและสินทรัพย์ที่มั่นคง มีความสามารถทางการแข่งขันด้วยผลประกอบการที่ดี รวมทั้งมีการบริหารจัดการที่ดีในระดับที่น่าพึงพอใจ ถือเป็นหนึ่งในบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้มแข็งของประเทศไทย

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ ได้รับคะแนนการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยในระดับ 5 ดาว

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ ได้รับคะแนนการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยในระดับ 5 ดาว

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ ได้รับคะแนนการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2567 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies : CGR) ในระดับ 5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดย บีเคไอ โฮลดิ้งส์ ได้รับคะแนนประเมิน 103 คะแนน สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนไทยโดยรวม และได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Quartile2 ของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มธุรกิจการเงิน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายใต้หลักบรรษัทภิบาล โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการปรับบทบาทและภาวะผู้นำของคณะกรรมการในเชิงรุกมากขึ้น

4 องค์กรร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 14 พัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ใช้บริการสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง จังหวัดสระบุรี

4 องค์กรร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 14 พัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ใช้บริการสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง จังหวัดสระบุรี

กรุงเทพประกันภัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพประกันชีวิต และไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย ร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 14 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ใช้บริการสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 คุณชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะเป็นประธานการจัดกิจกรรม พร้อมด้วย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย Mr.Barry Wolfman Senior Executive Vice President บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คุณโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต และคุณฮิเดยูกิ คาราซาวะ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย ร่วมจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 14 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใช้บริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง จังหวัดสระบุรี ให้ได้รับโอกาสในการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถกลับมาดำเนินชีวิตร่วมกับครอบครัวและคนในสังคมต่อไป โดยได้รับเกียรติจากคุณอุเทน ชนะกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ คุณศิริพร โรจนสุกาญจน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยคุณนวรัตน์ ศักดิ์โชตินนท์ ผู้ปกครองสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง ให้การต้อนรับ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้ง 4 องค์กรร่วมให้การสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมและปรับปรุงห้องน้ำรวม 3 อาคาร ได้แก่ ห้องน้ำในพื้นที่ส่วนกลาง ห้องน้ำอาคารของเขตชาย และห้องน้ำอาคารของเขตหญิง รวมจำนวนห้องน้ำทั้งสิ้น 27 ห้อง และสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมตู้ควบคุมระบบน้ำบาดาล พร้อมทั้งมอบสิ่งของที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้บริการได้ใช้ประโยชน์ต่อไป รวมการสนับสนุนทั้งสิ้นมีมูลค่ากว่า 2,400,000 บาท คณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสารวมกว่า 200 คน ยังได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ บริการตรวจสุขภาพคัดกรองโรคความดันและเบาหวานแก่ผู้ใช้บริการ ทาสีรั้วกำแพงและประตู ทำแปลงปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด รวมถึงจัดกิจกรรมสันทนาการ ร้องเพลงและเล่นดนตรีมอบความสุขให้แก่ผู้ใช้บริการ และกิจกรรมบำบัดด้วยการวาดภาพระบายสี ร้อยสร้อยลูกปัด และกิจกรรมกายบริหาร ยืดเส้นยืดสายเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

กรุงเทพประกันภัยคว้า 2 รางวัลจากงานประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2567

กรุงเทพประกันภัยคว้า 2 รางวัลจากงานประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2567

กรุงเทพประกันภัยตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัยที่มีความยั่งยืน ด้วยการคว้ารางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น และรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ซึ่งได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 5 จากงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2567 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยได้รับเกียรติจากคุณพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ณ ห้อง World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 ด้วยความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง ด้วยการยึดมั่นในการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใสและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ใส่ใจและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งกรุงเทพประกันภัยมีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านบรรษัทภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งมีส่วนร่วมในการลดความเสี่ยงการเกิดทุจริต และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น จากการประเมินการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทประกันวินาศภัย บริษัทฯ ยังได้รับรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2566 ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้มีความหลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะบริษัทฯ ได้มีการส่งเสริมการพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันส์มาอย่างต่อเนื่อง ให้มีความคุ้มครองที่เข้าใจง่าย กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยที่สอดคล้องกับความต้องการในราคาจับต้องได้ และยังได้รับความร่วมมือที่ดีจากคู่ค้าและพันธมิตรในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรายย่อยให้ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงการทำประกันภัยได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

กรุงเทพประกันภัยส่งกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัย เดินหน้ามอบถุงยังชีพเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 2,300 ชุด

กรุงเทพประกันภัยส่งกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัย เดินหน้ามอบถุงยังชีพเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 2,300 ชุด

จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัด กรุงเทพประกันภัยเดินหน้าส่งความช่วยเหลือให้ผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ นำผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่มอบถุงยังชีพซึ่งบรรจุข้าวสารอาหารแห้งและของใช้ในชีวิตประจำวันที่จำเป็นพร้อมน้ำดื่มให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน พิษณุโลก สุโขทัย หนองคาย และบึงกาฬ รวมจำนวน 2,360 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนและส่งกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยผ่านพ้นวิกฤติไปได้โดยเร็ว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดเตรียมถุงยังชีพไว้เพิ่มเติมอีก 1,000 ชุด เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยที่คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยพร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ประสบอุทกภัย โดยสามารถติดต่อเพื่อรับบริการเคลมสินไหมทดแทน ดังนี้ - แจ้งเคลมสินไหมทดแทนยานยนต์ โทรสายด่วน 1620 หรือ LINE @bangkokinsurance ตลอด 24 ชั่วโมง - แจ้งเคลมสินไหมทดแทนทั่วไป โทร. 0 2285 8400

BKIH ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล งวด 9 เดือน รวม 11.25 บาทต่อหุ้น

BKIH ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล งวด 9 เดือน รวม 11.25 บาทต่อหุ้น

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ครั้งที่ 1 สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 11.25 บาท โดยจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรก ภายหลังกระบวนการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) โดยการแลกเปลี่ยนหุ้น BKI เป็นหุ้น BKIH แล้วเสร็จ และได้นำ BKIH เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเริ่มทำการซื้อขายเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ จะยังคงไว้ซึ่งนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ปัจจุบัน BKIH ประกอบธุรกิจหลักผ่านการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมุ่งสร้างผลประกอบการที่ดี ด้วยการลงทุนในธุรกิจหลักด้านการประกันภัยและธุรกิจอื่นที่หลากหลายและมีศักยภาพ ขยายการลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยปัจจุบันมีบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักคือ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ที่ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงมายาวนานกว่า 77 ปี

กรุงเทพประกันภัยมอบทุนการศึกษา BKI Scholarship ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

กรุงเทพประกันภัยมอบทุนการศึกษา BKI Scholarship ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

กรุงเทพประกันภัย โดยคุณลสา โสภณพนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มอบทุนการศึกษาในโครงการ BKI Scholarship ประจำปี 2567 ให้แก่นิสิตและนักศึกษาที่มีผลการเรียนและพฤติกรรมดี ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาประกันภัย สาขาคณิตศาสตร์ สาขาสถิติ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ จากสถาบันการศึกษาต่างๆ จำนวน 34 คน แบ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 จำนวน 12 คน ชั้นปีที่ 3 จำนวน 11 คน และชั้นปีที่ 4 จำนวน 11 คน อีกทั้งยังมอบความอุ่นใจในการดำเนินชีวิต ด้วยประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ทุนประกันภัย 200,000 บาทต่อคนต่อปี โดยไม่มีข้อผูกพันใดๆ ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2567 ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญในด้านการศึกษา และส่งเสริมต่อยอดให้นิสิต นักศึกษาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ และมีความรู้ความสามารถในการทำงานด้านการประกันภัย รวมถึงด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการ BKI Scholarship มาตั้งแต่ปี 2560 มอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิตและนักศึกษาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 8 รวมเป็นจำนวน 79 คน รวมทุนการศึกษา 5,693,665 บาท นอกจากนี้ นิสิตและนักศึกษาส่วนหนึ่งของโครงการที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ได้สมัครร่วมงานในตำแหน่งงานที่หลากหลายกับกรุงเทพประกันภัย เพื่อร่วมขับเคลื่อนสร้างความเติบโตไปกับองค์กร และเป็นกำลังสำคัญให้แก่ธุรกิจประกันภัยและประเทศต่อไป

กรุงเทพประกันภัยคว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี Business+ Product of the Year Awards 2024 ด้านประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ติดต่อกัน 5 ปีซ้อน

กรุงเทพประกันภัยคว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี Business+ Product of the Year Awards 2024 ด้านประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ติดต่อกัน 5 ปีซ้อน

กรุงเทพประกันภัยได้รับรางวัลสุดยอดสินค้าและบริการยอดเยี่ยมแห่งปี Business+ Product of the Year Awards 2024 ประเภทผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ซึ่งบริษัทฯ ได้รับรางวัลติดต่อกัน 5 ปีซ้อน จากงานมอบรางวัล Business+ Product of the Year Awards 2024 จัดโดยนิตยสาร Business+ ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลให้แก่คุณลสา โสภณพนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการของประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ที่ให้ความคุ้มครองอย่างครอบคลุม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม พร้อมด้วยคุณภาพการบริการด้านสินไหมทดแทนและอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ของกรุงเทพประกันภัยครองใจผู้บริโภคตลอดมา ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่นด้านความยั่งยืนแห่งปี 2567 ที่ผ่านการวิจัยและวิเคราะห์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและการโหวตคัดเลือกจากผู้บริโภค ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพฯ รัชดา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567

กรุงเทพประกันภัยห่วงใยวัยเรียนนำพนักงานจิตอาสากว่า 30 คน ร่วมพัฒนาโรงเรียนวัดเขาพระ จ.สุพรรณบุรี

กรุงเทพประกันภัยห่วงใยวัยเรียนนำพนักงานจิตอาสากว่า 30 คน ร่วมพัฒนาโรงเรียนวัดเขาพระ จ.สุพรรณบุรี

กรุงเทพประกันภัย โดยคุณธีรยุทธ กิจวรพัฒน์ ผู้อำนวยการ ธุรกิจสาขาและการร่วมทุน นำพนักงานจิตอาสาของบริษัทฯ กว่า 30 คน ที่ร่วมโครงการ BKI อาสาพัฒนาโรงเรียน ทำกิจกรรมพัฒนาโรงเรียนวัดเขาพระ โดยการสร้างแปลงผักและปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารเช้าและอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน พร้อมการติดตั้งสปริงเกอร์สำหรับรดน้ำและตาข่ายกรองแสงสำหรับคลุมแปลงผักเพื่อการเติบโตที่ดี อีกทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆ นักเรียน โดยมีคุณวิจิตรา อินทรมณี ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับและร่วมทำกิจกรรม ณ โรงเรียนวัดเขาพระ อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ทั้งนี้ โครงการ BKI อาสาพัฒนาโรงเรียน เป็นหนึ่งในโครงการที่บริษัทฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยนำพนักงานจิตอาสาร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ทั้งด้านการศึกษาและความเป็นอยู่ของนักเรียนในโรงเรียนให้มีสุขอนามัยที่ดี และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

กรุงเทพประกันภัยร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่น้องๆ บ้านราชาวดี ในโครงการ คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย จับมือร่วมใจสานฝันน้อง

กรุงเทพประกันภัยร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่น้องๆ บ้านราชาวดี ในโครงการ คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย จับมือร่วมใจสานฝันน้อง

กรุงเทพประกันภัย ร่วมสนับสนุนโครงการ คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย จับมือร่วมใจสานฝันน้อง ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย โดยคุณรุจิรัตน์ ปัญญาเกียรติคุณ รองผู้อำนวยการ สำนักบริหารแบรนด์องค์กร เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบพัดลมจำนวน 10 เครื่อง รวมทั้งเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้แก่บ้านราชาวดี (ชาย-หญิง) ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีรับมอบร่วมกับคุณพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่น้องๆ บ้านราชาวดี ณ บ้านราชาวดี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2567

กรุงเทพประกันภัยรับเกียรติบัตรโครงการ ESG DNA สร้างความรู้พื้นฐานให้พนักงานเข้าใจหลักการทำงานแบบ ESG

กรุงเทพประกันภัยรับเกียรติบัตรโครงการ ESG DNA สร้างความรู้พื้นฐานให้พนักงานเข้าใจหลักการทำงานแบบ ESG

กรุงเทพประกันภัย โดยคุณปวีณา จูชวน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบเกียรติบัตรโครงการ ESG DNA โดยมี ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผู้มอบ จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความรู้ให้พนักงาน โดยได้เข้าร่วมโครงการ ESG DNA : ชุดความรู้ด้านความยั่งยืนสำหรับพนักงานในองค์กรของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความรู้พื้นฐานให้พนักงานเข้าใจหลักการทำงานแบบ ESG (Environmental, Social, and Governance) และปลูกฝัง DNA ด้านความยั่งยืนให้กับพนักงานในองค์กร โดยพนักงานของกรุงเทพประกันภัยทุกคนเข้ารับการอบรมผ่านระบบ e-Learning และสอบผ่านเกณฑ์ความรู้ครบทุกหลักสูตรที่กำหนด คิดเป็น 100% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดให้พนักงานในองค์กรต้องเข้าอบรมเกินกว่า 70% ณ หอประชุม ศุกรีย์ แก้วเจริญ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567

กรุงเทพประกันภัยได้รับคะแนนเต็ม 100 จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 รับรางวัล Investors' Choice Award

กรุงเทพประกันภัยได้รับคะแนนเต็ม 100 จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 รับรางวัล Investors' Choice Award

กรุงเทพประกันภัย โดยคุณจักรกริช ชีวนันทพรชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัลบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ได้คะแนน 100 คะแนนเต็ม ติดต่อกัน 10 ปี จากงานมอบรางวัล Investors' Choice Award ครั้งที่ 5 ประจำปี 2567 โดยมีคุณยิ่งยง นิลเสนา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เป็นผู้มอบรางวัล ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567 โดยบริษัทฯ ได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 100 คะแนนเต็ม ดีเยี่ยมสมควรเป็นแบบอย่าง มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ด้วยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นมาโดยตลอด และมีความมุ่งมั่นในการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมทั้งการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกัน

กรุงเทพประกันภัยครองความเป็นที่หนึ่ง คว้ารางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 ประเภทธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต

กรุงเทพประกันภัยครองความเป็นที่หนึ่ง คว้ารางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 ประเภทธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต

กรุงเทพประกันภัย โดย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 ประเภทธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ในงานมอบรางวัล Money & Banking Awards 2024 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วยนายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน ร่วมมอบรางวัลและแสดงความยินดี ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวเป็นการจัดอันดับ 300 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยมในรอบปี (Best Public Companies of the Year 2024) ซึ่งกรุงเทพประกันภัยมีผลการจัดอันดับเป็นที่ 1 ในหมวดธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ด้วยผลดำเนินงานที่โดดเด่นและเป็นเลิศ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม สามารถพลิกฟื้นจากช่วงวิกฤติที่ผ่านมา กลับมาสร้างผลกำไรในปี 2566 ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทฯ ที่มั่นคงแข็งแกร่งทางการเงินและการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องรีเจนซี่บอลรูม โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567